Category Archives: feelgood

“ค น ร้ อ ย ค น” มองเราไม่เหมือนกันหรอก อ ย่ า พ ย า ย า ม ใช้ชีวิตให้ถูกใจคนอื่น

ของที่มีค่า หากอยู่กับคนที่ไม่รู้ค่า

ของสิ่งนั้นก็อาจดูไร้คุณค่า

ลูกน้องบางคนมีคุณค่า แต่เจ้านายไม่เห็นค่า

ลูกน้องคนนั้นก็ดูไร้คุณค่า

ภ ร ร ย า บางคนมีคุณค่า แต่สามีไม่เห็นค่า

ภ ร ร ย า คนนั้นก็ดูไร้คุณค่า

หากเราเป็นคนที่มีคุณค่า

แต่คนอื่นไม่เห็นค่าก็อย่าเสียใจ

ขอให้ตระหนักรู้ว่าไม่ว่าจะมีใครเห็นค่าในตัวเราหรือไม่

แต่เรายังคงมีคุณค่าเท่าเดิม

จงภูมิใจในคุณค่าของตัวเองและทำดีต่อไปเสมอ

ค น ร้ อ ย ค น มองเราไม่เหมือนกันหรอก

อ ย่ า พ ย า ย า ม ใช้ชีวิตให้ถูกใจคนอื่น

จนลืมว่า…

“เราควรที่จะมองตัวเองยังไง”

ไม่มีใครจะมีเวลามองดูเราได้นานหรอก

สิ่งที่เขาแสดงออกเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือ

เราไม่ควรเอาความสุขของตัวเอง

ไปฝากไว้กับสายตาของคนอื่น

ไม่มีใครที่จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต

มีแต่เราเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต

อย่ายึดติดกับสายตาของคน

อย่าสับสนกับคำพูดของใคร

ชีวิตนี้เป็นของเรา

สุขและ ทุ ก ข์ เราควรกำหนดเอง

Cr. ข้ อ คิ ด กำลังใจ

จงอยู่ด้วยกัน เพราะ อ ย า ก อยู่ไ ม่ ใ ช่ เพราะ จำเป็นต้องอยู่

การที่เราจะเลือกคบใครสักคน เราคิดที่จะเลือกคนที่ดี

คนที่เค้ารัก และใส่ใจเราจริง เหนื่อยไหมที่จะต้องเรียกร้องความสนใจ?

เหนื่อยไหมที่ไม่ได้รับความรัก?

เหนื่อยไหมที่รู้สึกว่าเหมือนเราพย าย ามอยู่ฝ่ายเดียว?

บางคนคบหากับคุณยังไม่ทันข้ามปี แต่ทำกับคุณเหมือนเป็นของต า ย ไม่ใส่ใจกับปัญหาของคุณ

ไม่ได้ทำให้คุณมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

วันสำคัญกลายเป็นวันธรรมดา

วันธรรมดาไม่เคยได้เป็นวันพิเศษ

ไม่ทำให้คุณรู้สึกเป็น “คนพิเศษ” เหมือนตอนที่เขาอย า กได้คุณเป็นแฟน

คนแบ บนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัว พอคบกันนานขึ้น เขาก็จะเลิกใส่ใจคุณ

เขาสนใจแต่เ รื่ อ งของตัวเอง และ คาดหวังให้เราเข้าใจแต่ในเ รื่ อ งของเขา ปัญหาของเขา

อย่างที่ผมเคยเขียนเ รื่ อ ง “เวลากับความสำคัญ”

ถ้าคุณสำคัญ ไม่ว่าปัญหาจะเล็ก ไหน เขาก็จะอยู่ข้างคุณ มีเวลาฟังเ รื่ อ งของคุณ ใส่ใจคุณ

ถ้าเขาไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงนิ สั ย ก็ต้องคิดแล้วว่าจะทิ้งเขาก่อนหรือให้เขาทิ้งคุณก่อน

อย่าลืมว่าคุณไม่ใช่ของต า ย ยังมีอีกหลายคนพร้อมจะดูแลคุณ และทำให้คุณเป็นคนสำคัญ.

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอย า กครอบครอง แต่เป็นไปไม่ได้

เมื่อคุณต้องการครอบครอง และ แสดงความเป็นเจ้าของ

มันคือการทำให้อีกฝ่ายอึดอัด และ ไม่สบายใจ

เ รื่ อ งของความรัก ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน หรือ วิธีที่แน่นอน

เพราะ ความรักมีหลายรูปแบบ แต่ละคนมีพื้นฐานชีวิตไม่เหมือนกัน

เมื่อมาคบกัน ก็ทำให้ความรักของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน

เมื่อเรารักใครสักคนแล้วย่อมอย า กจะเป็นเจ้าของความรักนั่นกันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คนละ ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้…

เพราะ ความรักเหมือนกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ

ไม่มีอะไรแน่นอนกับมัน เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย

เพราะ รักคือความเร้าร้อน ที่พร้อมจะแผดเผา

เพราะรักคือความหนาวเหน้บที่เย็นเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะลองดู

บางคนแสวงหาความรักมากมาย ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย

เพื่อตามหารักแท้ แต่ย ากที่จะครอบครอง

เพราะบางครั้งอาจจะเป็นรักต้องห้าม

ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่าเพื่อนสนิท

ระหว่างคำว่าคนที่มีเจ้าของแล้ว

หรือ ระหว่างคำว่า ไม่เหมาะสม มันย ากที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอย า กครอบครอง

แต่เป็นไปไม่ได้ก็คิดเสียเถิดว่า ยังดีกว่าไม่ได้รัก

ความรักต้องการให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุดเท่านั้น

ก็เพียงพอสำหรับคำว่ารักแท้ที่มาพร้อมกับการรอคอย

ที่ไม่รู้ว่าขอบเขตความสิ้นสุดของการรอรอที่จะเป็นเจ้าของนั่นคือเมื่อไหร่

บางคนที่ต้องพรากจากคนรักด้วยสังขาร

ก็หวังลมแล้ง ว่าเค้าจะกลับมาในสักวัน

เค้ายังอยู่กับเราเสมอ บางคนพรากด้วยคำว่าหน้าที่

ก็รอไปจนกว่าหน้าที่จะหมดลง

บางคนพรากด้วยความไม่เหมาะสม

ก็พย าย ามที่จะถีบตัวเองขึ้นไปให้เหมาะสมกัน

แต่บางคนพรากด้วยความไม่เข้าใจ

ทั้งที่ยังรักมากมาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยความไม่เข้าใจว่า เขายังรักเรารึป่าว

หรือรักคนที่มีเจ้าของแล้วรักกันมากมายแต่อีกฝ่ายมีห่วง(ลูก)

คุณจะเห็นแก่ใครระหว่างความรักของคุณเอง

หรือว่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมารับรู้

เมื่อคุณรอคอยความรักที่ไม่อาจจะเป็นเจ้าของได้

คุณอาจจะต้องพลาดความรักแท้จากใครคนอื่นไป

คุณปิดใจตนเองเพราะอย า กเป็นเจ้าของ

คุณทำแบบนั่นแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น

คนที่รักกัน

ต้องการจะรั กษ าความรักให้ยั่งยืน

ก็ต้องอาศัยความไม่ประมาท

คือระวังอยู่เสมอ ไม่ทำสิ่งใด

พูดสิ่งใดให้อีกฝ่ายหนึ่งน้อยใจ

เสียใจ ช้ำใจ เป็นต้น

อย่านึกว่าเขารักเราแล้วทำอะไรก็ได้

ความอดทนของคนมีขอบเขต

เมื่อเขาน้อยใจและช้ำใจบ่อยเข้า

มันสะสมมากเข้าอาจเกิดอาการแตกออกออกมา

สักวันหนึ่งต้องแตกกัน

เพราะฉะนั้นคนที่รักกันก็อย่าประมาท

ต้องถนอมน้ำใจกันไว้

ดีกว่าปล่อยให้แตกร้าวแล้วค่อยประสานกัน

รอยร้าวนั้นเมื่อหลายรอยเข้า

ก็ประสานให้สนิทได้ย ากหรืออาจไม่ได้เลย

แล้วจะเสียใจ

พร้อมกับที่ได้เสียคนดีไปเสียแล้ว

แต่ถ้าคนไม่ดีก็ไม่ต้องรั กษ าให้เสียเวลา

แม้จะเคยรักกันเมื่อเห็นว่าไม่ดี

อยู่กันต่อไปก็มีแต่ความเสื่อม

แยกกันเสียดีกว่า

เพราะคนบางคนสันดานหนามาก

ขูดขัดเกลาเท่าไรก็ไม่สะดุ้งสะเทือน

เครดิตจาก : baanmaha , ท่านอาจารย์วศิน

เครดิตจาก : อยู่ด้วยกันเพราะอย า กอยู่ ไม่ใช่จำเป็นต้องอยู่

เมื่อคุณ มี ว า ส น า จะไม่เลื่อนผ่านบทความนี้ ส ล ะ เวลาสักนิด จะได้ ข้ อ คิ ด แง่คิด ดีสอนใจ

วันนี้เราขอนำเสนอ คนมีวาสนาจริง จะไม่ เลื่อนผ่านบทความนี้

ไม่ได้อยู่ที่คุณมี ร ถ ห รู เพียงใดขับ แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้านได้อย่าง ป ล อ ด ภั ย หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลัง ใหญ่โตเพียงใด แต่อยู่ที่ในบ้านมีเสียงหัวเราะ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดก ไว้ให้คุณหรือไม่แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรง ให้คุณดูแลปรนนิบัติ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวย หรือหล่อเพียงใดแต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่ง ทำงานเก่งเพียงใด แต่อยู่ที่กตัญญู รู้ คุณ หรือไม่?

ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหู หรือเสียงปรบมือ เมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใด แต่อยู่ที่เมื่อคุณ ล้ ม ลง ยังมีอีกหลายมือยื่นมา ฉุ ด ให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่ อีกครั้ง หรือไม่

เพราะฉะนั้น อย่า อ ว ด ว่ามีเงิน เพราะย าม เ จ็ บ ป่ ว ย นอน โ ร ง พ ย า บ า ล มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษ อย่า อ ว ด ในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่

เพราะวันใดที่คุณ ล้ ม ป่ ว ย ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง และ เ ยี่ ย ม ยอดรอ เ สี ย บ ตำแหน่งต่อจากคุณ

อย่า อ ว ด รถยนต์ที่คุณขับ เพราะวันใดที่คุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือ ของคนอื่น อย่า อ ว ด ว่ามีบ้านหลังใหญ่โต วันที่คุณจากไป มันก็เปลี่ยนเป็น ของคนอื่น

สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่ที่ใจ รู้ใจได้สุข ความสุขของคนเราแตกต่างกัน

บางคนไปท่องเที่ยว เพราะ มีเวลา มีเงิน ไม่มีใครให้พะวง บางคนชอบขี่จักรย าน ได้ออกกำลังกาย เห็นสิ่งสวยงามที่ ซ่ อ น เ ร้ น อยู่รายทาง

บางคนชอบ เข้าวัด ทำบุญภาวนา ทำจิตใจให้สะอาด ดื่ ม ด่ำ ในรส พ ร ะ ธรรม บางคนชอบทำสวน ปลูกพืชผักเป็น งานอดิเรกที่แสนวิเศษ

ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อุทิศตนให้สาธารณะกุศล ผู้ที่อุทิศตนให้กับป ร ะ เทศ ช า ติ เป็นบุคคลระดับมันสมอง เป็นทรัพย ากรที่มีค่า

การ เลี้ยง ดู หลาน เขาว่าแขนง แ ร ง กว่ากิ่งจริงนะ เป็นความสุขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รัก และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของ เ ลื อ ด เ นื้ อ เ ชื้ อ ไข

การดูแลสามีและภรรย าสุดที่รักประเสริฐนัก คนที่เคยร่วม ทุ ก ข์ ร่วมสุขกันมา ทำให้รู้ว่าน้ำตาลไม่มีวันคลายรสหวาน

บางคนได้ดูแลบุพการี โชคดีที่ได้ปรนนิบัติ พ ร ะ อรหันต์ สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อน ส า ยเกิน สุขใครสุขมัน สุขในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

บางคนสวรรค์อยู่ในบ้าน เ อ น ก า ย มีเพลงเบา เขาก็ว่าสุขแล้ว ชีวิตบั้นปลายแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่างใคร

ขอบคุณบทความดี จาก rugyim

ไม่ มี ใครที่ไหนจะ ยิ่งใหญ่ ได้จากการ เ น ร คุ ณ

ไม่ มีใครยิ่งใหญ่จากการ “เ น ร คุ ณ ”
อ ย่ า หลงคารมใครง่ายไป

คนที่เข้าหาเรามีหลายแบบ

แยกให้ออกระหว่างเ รื่ อ งจริง

กับการแสดงละครให้ดูน่า ส ง ส า ร

ไม่ใช่อุตส่าห์ยื่น มื อ ไปช่วย

แทนที่จะมีความดีกลับได้ “ ค ว า ม ซ ว ย ”

แต่เชื่อเถอะ… ถ้าไม่รู้จักบุญคุณ คน

ทำอะไรก็ไม่ เจริญ ชี วิ ต เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี

เหมือนจะราบรื่นแต่ก็ไปได้ไม่ไกล

ล้ ม ลุกคลุก ค ล า น อยู่ที่เดิม

สุดท้ายก็ “ พั ง ” ไม่เป็นท่า

ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องท ว ง บุญคุณ

ดีที่สุดคือ “เ ลิ ก ค บ ” โยนออกไปให้ไกลจากชีวิต

ความกตัญญูรู้คุณ
คนเราจะอยู่คนเดียวตามลำพังไม่ได้

จำต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทั้งในด้านกำลังกายกำลังทรัพย์

กำลังความคิดและอื่น หากได้รับอุปการะจากผู้ใด ก็เรียกผู้นั้นว่า

“ผู้มีบุญคุณ” หรือ”ผู้มีพระคุณ”

ผู้ใดช่วยเหลือให้อุปการะ แ ก่ เราก็ไม่พึงลืมบุญคุณของผู้นั้น

ผู้ไม่ลืมอุปการะที่ผู้อื่นมี แ ก่ ตน

ย่อมเป็นผู้เจริญด้วย ล า ภ ยศ สรรเสริญและไมตรี

แต่ผู้ใดไม่รู้บุญคุณของผู้อื่น หรือ ล บ ห ลู่ บุญคุณของผู้มีอุปการะ

ผู้นั้นจะเป็นผู้ ต่ำ ต้ อ ย ทำความดีไม่ขึ้นแม้จะพย าย าม ข ว น ขวายอย่างไร

ก็มักมีอันเป็นไปต่าง เรียกว่า ทำดีไม่ขึ้น เป็นคน อ า ภั พ อ ยู่ ตลอดกาล

การ ล บ ห ลู่ บุญคุณของผู้มีพระคุณนี้ เรียกว่า “เ น ร คุ ณ ”

การ เ น ร คุ ณ เป็นตัว ก า ล กิ ณี

จะคอยดึงให้คน เ น ร คุ ณ ตกต่ำ

ไม่มี โอกาสจะมีความสุขได้ใน ชี วิ ต

ไม่มีข้อใดยิ่งไปกว่า การแสดงความกตัญญูรู้คุณคน

ความ วุ่ น ว า ย ยุ่ ง ย า ก ต่าง ที่เกิดอยู่ในขณะนี้เพราะ ข า ด กตัญญู

ความเป็นผู้รู้คุณคนนั้นเอง

ข า ด กตัญญูแล้วอย่าหวังเลยว่าจะแก้ไขอะไร ได้

ลูกรู้คุณพ่อแม่ จึงเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ น้องรู้คุณพี่ จึงรักและนับถือเชื่อฟังพี่

“กตัญญูรู้คุณคนแล้วตอบแทน คือ สัญญลักษณ์ของคนดีแท้”

Cr. บทความดีจาก : PuiPinnarat , kamsondeedee

ค น เ ร า เมื่อ มี ศี ล ที่ไม่เสมอกัน มั น จะ อ ยู่ ด้ ว ย กัน หรือ ค บ กันไม่ได้หรอก

คนเราถ้าศีลไม่เสมอกัน มั น คบกันไม่ได้หรอก

คบคนแบบไหน ก็เป็นคนแบบนั้น เพราะ…

ผึ้ ง ก็ไม่เคยชวน แ ม ล ง วั น ไปตอม ข ี้

แ ม ล ง วั น ก็ไม่เคยไปกินน้ำหวานในดอกไม้กับ ผึ้ ง

ถ้าคุณอยู่กับ “คนใจกว้าง” คุณจะมี… “สังคมที่กว้างมากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “นักปราชญ์” คุณจะมี “ความรู้มากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนบุญ” คุณจะเกิด “จิตเมตตามากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนก ล้าหาญ” คุณจะ “แ ข็ งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนมองโลกในแง่ดี” คุณจะ “มีความสุขมากยิ่งขึ้น”

ถ้าศี ล ไม่เสมอกัน ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องพวกเดียวกัน คุยเ รื่ อ งเดียวกัน ถึงอยู่กันได้

คนแบบเดียวกันดึงดู ด พวกเดียวกัน ชอบแ ว้ น เขาก็ไปจั บ กลุ่ม ซิ่ ง ร ถ ชอบเข้าวัด ก็ชวนกันไปนุ่งขาวห่มขาว ปฎิบัติธรรม

ทำเ รื่ อ งที่ชอบเหมือนกัน คุยเ รื่ อ งที่ชอบเหมือนกัน เราสนิทชิด เ ชื้ อ กับคนแบบไหน นั่นแปลว่าเราเป็นคนแบบนั้น

เราคุยเราคบกับคนแบบไหนแล้วสบายใจ ไม่ อึ ด อั ด ใจ ให้รู้ไว้เลยเรากำลังจะ ก ล ายเป็นพวกเดียวกับเขา

แ ม ล ง วั น มันไม่ชวนกันไปกินน้ำหวาน กินเกสรดอกไม้สวย หรอก มันชวนกันไปกินแต่ ข ี้ กินแต่ของ เ น่ า เ สี ย

เช่นเดียวกัน คุณก็ไม่เคยเห็น… ผึ้ ง ชวนกันไปกิน ข ี้ กินของ เ ห ม็ น เหมือนกัน พ ว ก เดียวกันมันจะชวนกันทำ

ในสิ่งที่มันชอบเหมือนกันคิดเหมือนกัน ไม่มีใครตักเ ตื อ น กันได้ เพราะชอบเหมือนกัน

ถ้าอย ากรู้ว่าใครเป็นคนแบบไหน ให้ดูคนที่เขาคุยด้วยคบด้วยสนิทด้วยก็รู้

เพราะถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน ศี ล ไม่เสมอกัน…มัน ค บ กันไม่ได้หรอก

เชื่อไหมว่า… คุณคือค่าเฉลี่ยนคน 5 คน ที่คุณคลุกคลี และ ใช้เวลาอยู่ร่วมด้วยมากที่สุด

ลองมองดู 5 คนในชีวิต ที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดในแต่ละวันซิ คุณได้รับอิทธิพลมาจากพวกเขา ไม่มากก็น้อย

ถ้าคุณอยู่กับใคร…? คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น อย ากเป็น ผึ้ ง หรือ แ ม ล ง วั น คุณเป็นคนเลือกเอง

ขอบคุณข้อมูลดีจากแหล่งที่มา : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม , bitcoretech

สำหรับผู้หญิงนั้น..การที่เป็นโสดไม่น่ากลัวเท่ากับการไปรักคนผิด

วันนี้เราก็มีบทความดี ให้กับผู้หญิงทุกคนที่ชอบผิดหวังกับความรักวันนี้เราเลยมีข้ อ คิ ด ดี สำหรับสาวโสดที่ยังไม่มีคู่ ให้คุณคิดไว้เสมอว่าการเป็นโสดนั้นดีกว่าการไปรักคน ผิ ด เพราะมันอาจทำให้ชีวิตของคุณพังได้และความจริงนั้นการที่เราเป็นโสดมันอาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมาก็ได้เหมือนกับบทความที่เราจะมาบอกในวันนี้

ผู้หญิงหลายคนยังรู้สึกกังวล…ว่าทำไมถึงยังไม่มีคนรักเหมือนคนอื่นเขา หรือป่านนี้ทำไมยังไม่เจอใครสักคนที่จะมาเป็นแฟนสักที ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้หน้าตา ขี เ ห ร่ มากมาย

หน้าที่ หรือการศึกษาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย บางคนอาจจะรู้สึก อ า ย เวลาเข้าสังคมเจอเพื่อน เจอคนรู้จักมักจะถามไถ่เสมอว่า มีแฟนรึยัง

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ไม่อย า กได้ยินเลยสำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน อย า กบอกผู้หญิงทุกคนที่กำลังโสดว่า “ อ ย่ า อ า ย ”

อย่ากลัวไปเลย ที่ต้องเดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว ถึงมันจะเหงาไปบ้าง แต่มันก็ไม่น่า กลัว เท่ากับการไปรักคนผิด หรือเจอคน ไม่ดี

ลองนึกภาพหากเราต้องนอน ร้ อ ง ไห้ ทุกวันเพราะโดน นอก ใจ หากเราต้องถูก ทำ ร้ า ย ร่ า ง ก า ย เพราะเขาไม่พอใจ

ทุกคนเกิดมา มีบุญ ก ร ร ม มาไม่เท่ากัน การมีคู่ดี ถือว่าเป็นเ รื่ อ งดี มีบุญวาสนาดี ถ้าเจอคู่ ไม่ดี ก็ โชค ร้ า ย รับ ก ร ร ม ไป

สมัยนี้ใครไม่มีคู่ ให้คิด เ สี ย ว่าเรายังพอมีบุญอยู่บ้าง เพราะจะหาใครสักคนที่รักเราและพร้อมจะอยู่ดูแลกันไปจน แ ก่ เ ฒ่ า

มันหาย าก หรืออาจไม่มีเลย ดังนั้นอย่า อ า ย หากต้องอยู่เป็นโสด ใช้ชีวิตให้มีคุณค่าทำสิ่งดีให้กับตัวเองและคนอื่น คิดดี ทำดีเข้าไว้

หากคู่ของเรามีจริง และมีวาสนาต่อกันพอ ผลบุญนั้นจะนำพาคนดี เข้ามาในชีวิตเราเอง

ข้อดีของการเป็นโสด
1.ไปไหนก็ไป
เป็นเ รื่ อ งจริงที่คนโสดมักจะมีอิสระในชีวิตมากกว่าคนมีคู่ เพราะสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้โดยไม่มีปัญหา เริ่มจากการเดินทางไปในสถานที่ที่อย า กไปได้ในทันที แบบไม่ต้องนั่งรอการ ตั ดสินใจจากใคร และไม่ต้องให้ใครมาเป็นห่วงหรือมีความกังวลในตัวเรา

ส่งผลให้การใช้ชีวิตดูง่ายขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการฝึกความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจเมื่อต้องใช้ชีวิตเองคนเดียวและทำทุกอย่างด้วยตัวเองรวมถึงความคิดและการ ตั ดสินใจในเ รื่ อ งอื่น ด้วย

2.ไปกับใครก็ได้
หนุ่ม สาว ที่มีแฟนแล้วทั้งหลายเคยสังเกตตัวเองกันบ้างมั้ยว่าทำไมเวลาอยู่ใกล้กับเพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชายแฟนเราจะต้องมาตามหึงจนเกิดเป็นปัญหา ท ะ เ ล า ะ กันทุกที

ทั้ง ที่คน นั้นคือเพื่อนของเรา? ซึ่งสิ่ งนี้เองคือเ รื่ อ งสำคัญที่อย า กจะบอก รู้หรือไม่ว่าข้อดีอีกอย่างหนึ่งของคนโสดที่คนมีคู่อาจ อิ จ ฉ า ก็คือ คนโสดจะไปไหนมาไหนกับใครก็ได้

นั่นหมายความว่าสาวโสดหรือหนุ่มโสดสามารถไปกินข้าวดูหนัง หรือช็อปปิ้งกับเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิงได้ แบบไม่ต้องกลัวมี ปัญ หา กับแฟน และเป็นการ ตั ด ปัญ หาในเ รื่ อ งของการถูกมองใน แ ง่ ล บ นั่นเอง

3.มีเวลาส่วนตัว
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ติดแฟนหรือแฟนเป็นคนที่ติดเรา แต่ตามหลักการในการใช้ชีวิตของ ม นุ ษ ย์ อย่างเรา แล้วไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือคนมีคู่ก็ย่อมต้องการเวลาส่วนตัวในการทำ กิ จ ก ร ร ม ต่าง

ที่ตนเองสนใจด้วยกันทั้งนั้นเพราะมันสามารถทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างเต็มที่นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว

ซึ่งเป็นสิ่งที่คนมีคู่บางคนต้องการแต่ไม่สามารถทำได้ แ ต ก ต่างจากคนโสดที่มีเวลาส่วนตัวเยอะมากพอกับการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

ขอบคุณที่มาจาก : share-si.com

บุคคล”ในกะลา” มักแปรเปลี่ยนเจตนาของผู้อื่น ให้ไปในทางที่”ผิด”เสมอ

บุคคล”ในกะลา” มักแปรเปลี่ยนเจตนาของผู้อื่น ไปในทางที่”ผิด”อยู่เสมอ

เราทุกคน ล้วนแล้วมีความคิดที่แตกต่าง ต่างคน ก็ต่างมุมมอง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก

ข้ อ คิ ด เ ตื อ น ใจนี้ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้คุณไม่ลืมว่า

การดำเนินชีวิตด้วยจิตใจที่กว้างและมีความสดใสอยู่เสมอ

ใจคุณกว้างเท่าใด โลกก็กว้างตามคุณเท่านั้น

คนที่ใจคับแคบ

มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่น

ไปในทางที่ ผิ ด อยู่เสมอ

คนที่ใจกว้างใหญ่

มักแปรเจตนาคำพูดของคนอื่น

ไปในทางที่ดีอยู่เสมอ

สำคัญอยู่ที่เราเลือกเป็นใคร

ใจ แคบหรือใจกว้าง

คุณเห็นคนรอบข้างเป็นเหมือน ผักหญ้า

คุณก็ถูก ผักหญ้าปกคลุม

คุณก็คือกระถางหญ้า

คุณเห็นคนรอบข้างเป็นเพชรนิลจินดา

คุณถูกของล้ำค่าปกคลุม

คุณก็คือพานใส่เพชรนิลจินดา

ชีวิตคนเรา ต้องรู้จักมองเห็นข้อดีข้อเด่นของคนอื่น

ชื่นชมในข้อดี ลืมข้อ ด้อยของเขา

ใจคุณกว้างเท่าใด โลกก็กว้างตามคุณเท่านั้น

ถ้าเรารู้จักเหตุ ก็สร้างเหตุขึ้น

ผลมันก็เกิดตามมาเอง

แต่คนเราไม่ทำอย่างนั้น…

ส่วนมากต้องการแต่ดี แต่ไม่สร้างความดี

มันจะเกิดมาจากไหนได้

มันก็ย่อมพบแต่สิ่งที่ไม่ดีนั่นแหละ

เมื่อได้สิ่งไม่ดี…ใจมันก็เกิดเป็นทุกข์เป็นร้อนขึ้นมาทันที

ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขีข้าของเงิน

หมายความว่า…

เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่

รถยนต์ใช้อะไรก็หัดพอใจกับมัน

นาฬิกาใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน

เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ก็หัดพอใจกับมัน

การที่คนเราจะเลิกเป็นขีข้าเงินได้

ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน

เมื่อรู้จักพอแล้ว

ก็ไม่ต้องหาเงินมาก

เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก

“ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรมากกว่าการหาเงิน”

มุมมองที่เรามีต่อผู้อื่น

ตลอดจนวิธีคิดที่เราเลือกใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ในชีวิต

คือสิ่งที่กำหนดขนาดความสุขของชีวิตเรา

ลองฝึกตัวเองให้เป็นคนมองโลกในมุมบวก

ฝึกใจให้เปลี่ยนความคิดและลองทำตาม 5 แนวคิดนี้

รับประกันได้เลยว่าทำแล้วชีวิตคุณจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

ข้อที่ 1. เลือกมองอะไรในมุมกว้าง มองเ รื่ อ งต่าง แบบภาพรวม

อย่าเลือกใส่ใจ จุดด่างเล็ก จนสร้างปัญหา

เพราะบางทีจุดด่างมันเล็กนิดเดียวแต่เรากลับไป

เลือกให้ค่าให้ความสนใจหงุดหงิดกับตำหนิเล็ก

จนทำให้รอยดำที่แทบมองไม่เห็นขย ายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเกินจริง

ซึ่งเจ้ารอยดำนี้ก็เปรียบเหมือนเ รื่ อ งไม่ดีที่เราต้องหัดปล่อยผ่าน

หยุดให้ความสนใจกับสิ่งเล็กน้อยที่สร้างความหงุดหงิด

เลือกมองไปที่ภาพรวมให้เห็นในสิ่งที่จำเป็นกว่า

หรือโอกาสที่จะขจัดปัญหาเ รื่ อ ง แ ย่ ให้มันหมดไป

ข้อที่ 2. ปล่อยวางได้ก่อนแล้วใจจะเป็นสุข ปล่อยก็เบา

เ รื่ อ งจริงที่เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ

เพราะถือไว้มากก็ต้องหนักกว่าปล่อยวาง

ฉะนั้นเมื่อล้มเหลวหรือผิดพลาดต้องรีบลุกยืนใหม่ให้เร็ว

เริ่มใหม่ให้ไว โอกาสมีอยู่เสมออย่ามัวเสียเวลานานไป

กับการนั่งเสียดายบ่นถึงเ รื่ อ งเก่าที่ผ่านไปแล้ว

เพราะไม่สร้างประโยชน์หรือคุณค่าอะไรให้กับชีวิต

อยู่กับปัจจุบันปล่อยวางแล้วเริ่มต้นใหม่ให้เร็ว

คุณก็จะหลุดพ้นและมีความสุขได้ไวขึ้นเท่านั้น

ข้อที่ 3. ชีวิตมันสั้นอย า กทำอะไรต้องรีบทำ อย่ายึกยักหาข้ออ้างไม่ลงมือ

ทำในสิ่งที่เรารักและมีความสุข รีบลงมือทำให้ต่างเพื่อให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง

อย่างถ้าเ บื่ องานที่ทำอย า กมีอิสระในการทำงาน

ก็ต้องรู้จักวางแผนออมเงินเตรียมพร้อมไว้สำหรับการลงทุน

มองหาช่องทางในการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อเพิ่มหรือพัฒนาทักษะใหม่

ให้ตัวเองอยู่เสมอ เมื่อคิดเปลี่ยนเริ่มต้นลงมือทำ

แล้วเราก็จะมองเห็นว่ามีโอกาสอยู่มากมาย หนทางใหม่

จะเปิดออกให้คุณพบเจอ และเมื่อถึงจังหวะที่ใช่

คุณก็จะได้เลือกทำตามแบบที่อย า กทำ

หลุดพ้นจากสิ่งจำเจที่ยิ่งทำก็ยิ่งลดความสุขของตัวเองลง

ข้อที่ 4. กล้าปฎิเสธหัดเกรงใจคนให้น้อยลง โดยเฉพาะเ รื่ อ งที่ไม่ควรเกรงใจ

อย่าไปตกปากรับคำ “ได้ครับ ได้ค่ะ” ช่วยเหลือทุกคนที่ร้องขอ

เพราะถ้ารับปากแล้วทำไม่ได้จะยิ่ง แ ย่ หนักเพิ่มความเครียดสะสมให้ตัวเองโดยใช่เหตุ

พึงระลึกว่าเราไม่ใช่ยอดมนุษย์ไม่จำเป็นต้องดูแลเทคแคร์ทุกคนรอบข้าง

โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยดีไม่เคยเห็นค่าในตัวเรา

เลือกแคร์ในคนที่เค้าแคร์และรักคุณ

อย่าอดทนเป็นตัวเลือกให้ใคร ทำตัวเองให้มีค่า

เลือกเป็นผู้เลือกที่ปากตรงกับใจ รู้จัก รู้ใจ และเข้าใจในตัวเอง

ข้อที่ 5. มองโลกในมุมบวกงดคิดแบบติดลบ ไม่ว่าจะพบเจอกับสถานการณ์รูปแบบไหน

ถ้าเรามีความตั้งใจที่จะฝึกฝนตัวเองให้เลือกคิด

เลือกแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองความคิดบวก

ปฎิเสธการคิดลบ จะส่งผลดีทำให้ความคิดความรู้สึกของเราเปิดกว้าง

มองเห็นทางออกเพื่อแก้ปัญหารับมือกับสถานการณ์ต่าง ได้ดี

ลดความตึงเครียดในการใช้ชีวิตได้มากกว่าคนที่เลือกคิดแบบติดลบ

ที่มักปล่อยให้อคติมาปิดกลั้นจนมองไม่เห็นทางเลือก

ทางออกและโอกาสในชีวิต

ขอขอบคุณข้อมูลดีจาก : verrysmilejung

การที่เราดูแลพ่อแม่นั้น ไม่ใช่ หน้าที่ แต่เป็นการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่

การดูแลพ่อแม่ ไม่ใช่ หน้าที่ แต่เป็นการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่

หลายคนคงมี ความกตัญญู

อยู่ในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

อยู่ที่ว่า ใครจะมีมากหรือน้อยเพียงใด

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การกตัญญูกตเวทีนั้น

สามารถสร้างบุญกุศล

ให้กับตัวเราได้มากมายเลยทีเดียว

หลายคนบ่นว่าเหนื่อย

และหมดกำลังในการเลี้ยงดู พ่อแม่ที่ชรา

ทำบุญกับพ่อแม่ดีกว่าคนอื่น หรือที่ไหนทั้งสิ้น

ในทางโลกล้วนได้รับการสรรเสริญ

ในทางธรรมล้วนได้รับการยกย่อง

ทำบุญกับลูกด้วยมิหวังผลไม่ได้คิดว่า

จะได้อะไรตอบแทนเต็มบุญเลยที่ได้ทำ

แม้แต่สัตว์เลี้ยง หรือไม่ได้เลี้ยง

เราให้อาหารให้ความรักเลี้ยงดู

ให้เมตตาไม่ได้หวังผลตอบแทน

เพียงเห็นเขาอิ่มมีความสุข

จิตใจเรามีแต่สูงขึ้น

กิเลสไม่ดีแทรกตัวย าก

อย่ามองว่าเป็นภาระ แต่ให้มองว่า

เรากำลังสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่

วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

ข้อที่ 1.เลี้ยงดูท่านย ามชรา
เอาใจใส่การกินอยู่ หลับนอนของท่าน

ไม่ให้เดือดร้อน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านแก่

เช้าวันใหม่ท่านแก่ไปอีกวันแล้ว

เรารู้ว่าท่านแก่ทุกวันก็แล้วกัน

จะได้ตอบแทนได้ทุกวัน

ข้อที่ 2. ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน
ช่วยแบ่งเบาภาระ ของท่าน

เพื่อให้ท่านมีโอกาสพักผ่อน

เพราะท่านเหนื่อยมามากแล้ว

หรือเปิดโอกาสให้ท่าน ได้เข้าวัดฟังธรรมะ

ข้อที่ 3.รั กษ าวงศ์ตระกูลที่ท่าน
ดำรงอยู่ได้นาน คือ ทำความดีนั้นเอง

ข้อที่ 4.ประพฤติตนดีควรแก่ การรับมรดก
ไม่ใช่อยู่เพื่อหวังมรดก

ข้อที่ 5.เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว
ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่างสม่ำเสมอ

แม้ท่านจะเกิดในภูมิที่สูงกว่า

หรือไม่สามารถรับกุศลได้

การระลึกและแผ่เมตตาจิต

ให้แก่พ่อแม่เป็นมงคลอันประเสริฐ

อานิสงส์ ของการดูแลพ่อแม่ และผู้มีพระคุณ

ข้อที่ 1.มีความเจริญก้าวหน้า

ข้อที่ 2.ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี

ข้อที่ 3.ทำให้มีความสุข

ข้อที่ 4.เป็นตัวอย่างอันดีแก่ คนรุ่นหลัง

ข้อที่ 5.มีความอดทน

ข้อที่ 6.เป็นคนมีสติ รอบคอบ

ข้อที่ 7.เป็นคนมีเหตุผล

ข้อที่ 8.ปลอดภัย ในย ามคับขัน

ข้อที่ 9.เทวดารั กษ า

ข้อที่ 10.ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

ข้อที่ 11.พ้นทุกข์ได้

ข้อที่ 12.พ้น ภั ย ได้

ข้อที่ 13.ได้ลาภ โดยง่าย

ใครที่รู้ตัวว่าตอนนี้
ยังทำหน้าที่ของลูกไม่ดีพอ

เริ่มใหม่ตั้งแต่วันนี้ ยังไม่สาย

กลับไปบ้านไปดูแลพ่อแม่

เอาใจใส่ท่านให้มาก

เหมือนกันที่ท่านดูแลเรา

รับรองว่าชีวิตของคุณจะดีขึ้นอีกเยอะมาก

เพราะ สิ่งที่ท่านได้รับกลับมานั้นคือ

รอยยิ้มที่ทาจากหัวใจและความสุข

ที่หาไม่ได้จากที่อื่นแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา : me-panya.com

จงเลือกอยู่กับคนที่มองเห็นคุณเป็น เพชรอันเจิดจ้า ไม่ใช่ หินธรรมดาก้อนหนึ่ง

จงเลือกอยู่กับคนที่มองเห็นคุณเป็น “เพชรอันเจิดจ้า” ไม่ใช่ “หินธรรมดาก้อนหนึ่ง”

ข้อที่ 1. แม้แต่ “หัวใจตัวเอง” เรายังบังคับให้หยุดเต้นไม่ได้

แล้วจะไปบังคับ “หัวใจคนอื่น” ให้มาเต้นเพื่อเรา ได้อย่างไร

ข้อที่ 2. “คู่ชีวิต” ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ “สมบูรณ์ทุกอย่าง”

แต่เป็นคนที่เราอยู่ใกล้แล้วรู้สึกว่า “ทุกอย่างสมบูรณ์”

ข้อที่ 3. ยิ่งเรา “รักตัวเอง” อย่างเเท้จริงมากเท่าไร

เราก็จะยิ่งยอมให้ “คนอื่นหลอก” น้อยลงเท่านั้น

ข้อที่ 4. บางครั้ง…ความรักผ่านเข้ามาในฐานะ “พร”

บางครั้ง… ความรักผ่านเข้ามาในฐานะ “ครูผู้สอน”

เมื่อความรักเป็น “พร” อย่าลืม “ขอบคุณ” …แล้วเราจะมีความสุขยิ่งขึ้น

เมื่อความรักเป็น “ครูผู้สอน” อย่าลืม “เรียนรู้”…แล้วเราจะมีความทุกข์น้อยลง

ข้อที่ 5. “ข้อดี” คือสิ่งที่ดึงดูดคนสองคน… เข้าหากัน

แต่การเข้าใจและยอมรับใน “ข้อเสีย” เท่านั้น

ที่จะทำให้คนสองคน ไม่เดินหนีจากกันไป

ข้อที่ 6. คนบางคนผ่านเข้ามาเพื่อให้เรารัก

ส่วนคนบางคนผ่านเข้ามาเพื่อสอนให้เรารู้จักที่จะรักตัวเอง

ข้อที่ 7. ความรักที่ดีต้องทำให้เรารู้สึก “เติมเต็ม + เติบโต” ไม่ใช่ “ตกต่ำ”

ข้อที่ 8. ในวันที่ใจเธอไร้รัก…ไฉนโลกจึงหมดสิ้นซึ่งสีสัน

เธอจะเรียกร้องรักจากใครกัน…เมื่อในใจเธอนั้นยังไม่มี

เมื่อไม่รู้วิธีที่จะให้… แล้วจะมาขอสิ่งใดในวันนี้

รักที่ดีเริ่มจากรักที่เธอมี… เต็มล้นปรี่จนพร้อมพลีเผื่อผู้คน

ข้อที่ 9. เวลาเลิกกับใคร อัตราความ “เจ็บใจ” จะแปรผันตามอัตรา “ความสุข” ที่เราไปฝากไว้ให้อีกฝ่ายควบคุม

ข้อที่ 10.ย ามมีคู่… หมั่นเรียนรู้ความรักย ามอกหัก…หมั่นเรียนรู้ความจริง

ข้อที่ 11. “ความรัก” อาจไม่ใช่การนั่งมองตากันทั้งวัน

แต่คือการมองไปที่ “ขอบฟ้าแห่งความฝัน” ซึ่งหลอมรวมเราเป็นหนึ่งเดียว

ข้อที่ 12. ถ้าอย า กประสบความสำเร็จในความรักจงเลิก “ฝืนใจคนอื่น”

ถ้าอย า กประสบความสำเร็จในชีวิต จงหัด “ฝืนใจตัวเอง”

ข้อที่ 13. เมื่อความรักจบ…ขอให้นิ่งสงบแล้วพิจารณาตัวเอง เ สี ย ก่อน

อย่าเพิ่งรีบร้อนคบใครเพราะ “อย า กลืมคนเก่า”

เพราะนั่นคือการก้าวเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ใหม่ ด้วย “คุณภาพของใจ” ที่เท่าเดิม…

ข้อที่ 14. “ความเข้าใจ” คือ “ลม หายใจ” ของความรัก

ข้อที่ 15. คนที่เราเลือกจะรักและใช้ชีวิตอยู่ด้วย

ไม่ใช่คนที่เราหาข้อ เ สี ย “ไม่ได้” แต่คือคนที่มีข้อ เ สี ย ซึ่งเรา “รับได้”

ข้อที่ 16. ความรัก คงดีตรงที่มันสามารถย่อขนาดจักรวาลอันกว้างใหญ่ ให้เหลือพื้นที่เท่าใจเพียงสองด ว ง…

ข้อที่ 17. ในย ามที่เรากำลังมอบ “ความรัก” ให้ใครสักคน

เราไม่เคยรู้สึกสงสัยหรือสับสน ว่าชีวิตนี้ “เกิดมาเพื่ออะไร”

ข้อที่ 18. บางครั้ง… ความรักอาจไม่ได้เข้ามาเพื่อ “คงอยู่”

แต่เข้ามาเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “เติบโต”

ข้อที่ 19. “มีคู่” ก็ดี… เพราะมันเเปลว่า…เรากำลังอยู่อย่าง “ไม่เดียวดาย”

“ไม่มีคู่” ก็ดี…เพราะมันเเปลว่า…เรากำลังอยู่อย่าง “มีตัวเลือกมากมาย”

ข้อที่ 20. รู้จักความรัก…แต่ไม่รู้จักความไม่แน่นอน

ก็ต้องเจอกับความ ทุ ก ข์ … อย่างแน่นอน

ข้อที่ 21. เพชรยังคงสวยงามเท่าเดิม

แม้คนต าบ อ ดคนหนึ่งจะคลำดูแล้วบอกว่า… “มันเป็น ก้อนหิน”

เพลงของโมสาร์ทยังคงไพเราะเหมือนเดิม

แม้คนหูตึงคนหนึ่งจะบอกว่าเขาได้ยิน …“เสียงเครื่องสายสีกัน”

ผักยังคงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ไม่เปลี่ยนแปลง

แม้คนไม่ชอบกินผักคนหนึ่งจะบอกว่า… “ผม รั ง เ กี ย จ มัน”

ฉะนั้น โปรดจำไว้ให้ดีว่า….

“คุณค่าของสิ่งสิ่งหนึ่งไม่เคยหมดไป

เพียงเพราะใครคนหนึ่งมองไม่เห็นคุณค่าของมัน”

และคุณค่าของ “คุณ” ก็เช่นเดียวกัน…

จงเลือกอยู่กับคนที่มองเห็นคุณเป็น “เพชรอันเจิดจ้า” ไม่ใช่ “หินธรรมดา… ก้อนหนึ่ง”

ขอบพระคุณที่มา : ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร / chilljungloei.com