Author Archives: admin

“ค น ร้ อ ย ค น” มองเราไม่เหมือนกันหรอก อ ย่ า พ ย า ย า ม ใช้ชีวิตให้ถูกใจคนอื่น

ของที่มีค่า หากอยู่กับคนที่ไม่รู้ค่า

ของสิ่งนั้นก็อาจดูไร้คุณค่า

ลูกน้องบางคนมีคุณค่า แต่เจ้านายไม่เห็นค่า

ลูกน้องคนนั้นก็ดูไร้คุณค่า

ภ ร ร ย า บางคนมีคุณค่า แต่สามีไม่เห็นค่า

ภ ร ร ย า คนนั้นก็ดูไร้คุณค่า

หากเราเป็นคนที่มีคุณค่า

แต่คนอื่นไม่เห็นค่าก็อย่าเสียใจ

ขอให้ตระหนักรู้ว่าไม่ว่าจะมีใครเห็นค่าในตัวเราหรือไม่

แต่เรายังคงมีคุณค่าเท่าเดิม

จงภูมิใจในคุณค่าของตัวเองและทำดีต่อไปเสมอ

ค น ร้ อ ย ค น มองเราไม่เหมือนกันหรอก

อ ย่ า พ ย า ย า ม ใช้ชีวิตให้ถูกใจคนอื่น

จนลืมว่า…

“เราควรที่จะมองตัวเองยังไง”

ไม่มีใครจะมีเวลามองดูเราได้นานหรอก

สิ่งที่เขาแสดงออกเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือ

เราไม่ควรเอาความสุขของตัวเอง

ไปฝากไว้กับสายตาของคนอื่น

ไม่มีใครที่จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต

มีแต่เราเท่านั้นที่จะอยู่กับเราไปทั้งชีวิต

อย่ายึดติดกับสายตาของคน

อย่าสับสนกับคำพูดของใคร

ชีวิตนี้เป็นของเรา

สุขและ ทุ ก ข์ เราควรกำหนดเอง

Cr. ข้ อ คิ ด กำลังใจ

จงอยู่ด้วยกัน เพราะ อ ย า ก อยู่ไ ม่ ใ ช่ เพราะ จำเป็นต้องอยู่

การที่เราจะเลือกคบใครสักคน เราคิดที่จะเลือกคนที่ดี

คนที่เค้ารัก และใส่ใจเราจริง เหนื่อยไหมที่จะต้องเรียกร้องความสนใจ?

เหนื่อยไหมที่ไม่ได้รับความรัก?

เหนื่อยไหมที่รู้สึกว่าเหมือนเราพย าย ามอยู่ฝ่ายเดียว?

บางคนคบหากับคุณยังไม่ทันข้ามปี แต่ทำกับคุณเหมือนเป็นของต า ย ไม่ใส่ใจกับปัญหาของคุณ

ไม่ได้ทำให้คุณมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

วันสำคัญกลายเป็นวันธรรมดา

วันธรรมดาไม่เคยได้เป็นวันพิเศษ

ไม่ทำให้คุณรู้สึกเป็น “คนพิเศษ” เหมือนตอนที่เขาอย า กได้คุณเป็นแฟน

คนแบ บนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัว พอคบกันนานขึ้น เขาก็จะเลิกใส่ใจคุณ

เขาสนใจแต่เ รื่ อ งของตัวเอง และ คาดหวังให้เราเข้าใจแต่ในเ รื่ อ งของเขา ปัญหาของเขา

อย่างที่ผมเคยเขียนเ รื่ อ ง “เวลากับความสำคัญ”

ถ้าคุณสำคัญ ไม่ว่าปัญหาจะเล็ก ไหน เขาก็จะอยู่ข้างคุณ มีเวลาฟังเ รื่ อ งของคุณ ใส่ใจคุณ

ถ้าเขาไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงนิ สั ย ก็ต้องคิดแล้วว่าจะทิ้งเขาก่อนหรือให้เขาทิ้งคุณก่อน

อย่าลืมว่าคุณไม่ใช่ของต า ย ยังมีอีกหลายคนพร้อมจะดูแลคุณ และทำให้คุณเป็นคนสำคัญ.

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอย า กครอบครอง แต่เป็นไปไม่ได้

เมื่อคุณต้องการครอบครอง และ แสดงความเป็นเจ้าของ

มันคือการทำให้อีกฝ่ายอึดอัด และ ไม่สบายใจ

เ รื่ อ งของความรัก ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน หรือ วิธีที่แน่นอน

เพราะ ความรักมีหลายรูปแบบ แต่ละคนมีพื้นฐานชีวิตไม่เหมือนกัน

เมื่อมาคบกัน ก็ทำให้ความรักของแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน

เมื่อเรารักใครสักคนแล้วย่อมอย า กจะเป็นเจ้าของความรักนั่นกันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คนละ ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้…

เพราะ ความรักเหมือนกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ

ไม่มีอะไรแน่นอนกับมัน เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย

เพราะ รักคือความเร้าร้อน ที่พร้อมจะแผดเผา

เพราะรักคือความหนาวเหน้บที่เย็นเยือกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะลองดู

บางคนแสวงหาความรักมากมาย ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย

เพื่อตามหารักแท้ แต่ย ากที่จะครอบครอง

เพราะบางครั้งอาจจะเป็นรักต้องห้าม

ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่าเพื่อนสนิท

ระหว่างคำว่าคนที่มีเจ้าของแล้ว

หรือ ระหว่างคำว่า ไม่เหมาะสม มันย ากที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา

เมื่อไหร่ที่คุณรักคุณอย า กครอบครอง

แต่เป็นไปไม่ได้ก็คิดเสียเถิดว่า ยังดีกว่าไม่ได้รัก

ความรักต้องการให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุดเท่านั้น

ก็เพียงพอสำหรับคำว่ารักแท้ที่มาพร้อมกับการรอคอย

ที่ไม่รู้ว่าขอบเขตความสิ้นสุดของการรอรอที่จะเป็นเจ้าของนั่นคือเมื่อไหร่

บางคนที่ต้องพรากจากคนรักด้วยสังขาร

ก็หวังลมแล้ง ว่าเค้าจะกลับมาในสักวัน

เค้ายังอยู่กับเราเสมอ บางคนพรากด้วยคำว่าหน้าที่

ก็รอไปจนกว่าหน้าที่จะหมดลง

บางคนพรากด้วยความไม่เหมาะสม

ก็พย าย ามที่จะถีบตัวเองขึ้นไปให้เหมาะสมกัน

แต่บางคนพรากด้วยความไม่เข้าใจ

ทั้งที่ยังรักมากมาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยความไม่เข้าใจว่า เขายังรักเรารึป่าว

หรือรักคนที่มีเจ้าของแล้วรักกันมากมายแต่อีกฝ่ายมีห่วง(ลูก)

คุณจะเห็นแก่ใครระหว่างความรักของคุณเอง

หรือว่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมารับรู้

เมื่อคุณรอคอยความรักที่ไม่อาจจะเป็นเจ้าของได้

คุณอาจจะต้องพลาดความรักแท้จากใครคนอื่นไป

คุณปิดใจตนเองเพราะอย า กเป็นเจ้าของ

คุณทำแบบนั่นแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น

คนที่รักกัน

ต้องการจะรั กษ าความรักให้ยั่งยืน

ก็ต้องอาศัยความไม่ประมาท

คือระวังอยู่เสมอ ไม่ทำสิ่งใด

พูดสิ่งใดให้อีกฝ่ายหนึ่งน้อยใจ

เสียใจ ช้ำใจ เป็นต้น

อย่านึกว่าเขารักเราแล้วทำอะไรก็ได้

ความอดทนของคนมีขอบเขต

เมื่อเขาน้อยใจและช้ำใจบ่อยเข้า

มันสะสมมากเข้าอาจเกิดอาการแตกออกออกมา

สักวันหนึ่งต้องแตกกัน

เพราะฉะนั้นคนที่รักกันก็อย่าประมาท

ต้องถนอมน้ำใจกันไว้

ดีกว่าปล่อยให้แตกร้าวแล้วค่อยประสานกัน

รอยร้าวนั้นเมื่อหลายรอยเข้า

ก็ประสานให้สนิทได้ย ากหรืออาจไม่ได้เลย

แล้วจะเสียใจ

พร้อมกับที่ได้เสียคนดีไปเสียแล้ว

แต่ถ้าคนไม่ดีก็ไม่ต้องรั กษ าให้เสียเวลา

แม้จะเคยรักกันเมื่อเห็นว่าไม่ดี

อยู่กันต่อไปก็มีแต่ความเสื่อม

แยกกันเสียดีกว่า

เพราะคนบางคนสันดานหนามาก

ขูดขัดเกลาเท่าไรก็ไม่สะดุ้งสะเทือน

เครดิตจาก : baanmaha , ท่านอาจารย์วศิน

เครดิตจาก : อยู่ด้วยกันเพราะอย า กอยู่ ไม่ใช่จำเป็นต้องอยู่

เด็กนักเรียนอเมริกา ตั้งแถวต้อนรับ “หลวงพี่หมี” พระไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก

หลายคนคงเคยได้ยินข่าว สำหรับ “หลวงพี่หมี” พระสุธรรม ฐิตธัมโม หรือนายสุธรรม นทีทอง อดีตเลขาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่ได้ละทางโลก หันหน้าเข้าทางธรรม ออกเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพรอบโลก รวมระยะทางกว่า 19,000 กิโลเมตร เพื่อหวังใช้การเดินธุดงค์และหลักธรรม เป็นกิจกรรมที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเผยแผ่ธรรมะและสร้างสันติสุข ท่ามกลางความขัดแข้งที่กำลังเกิดขึ้น

ซึ่งคนในประเทศสหรัฐอเมริกา หลายคนรู้จักประเทศไทย เนื่องจากพระธรรมได้เผยแผ่ธรรมะ บอกเล่าให้คนรู้จักความเป็นไทยให้หลายคนที่ไม่รู้จัก รวมไปถึงวัฒนธรรมอันดีงามแต่โบราณกาล สิ่งเหล่านี้ไม่อาจหาได้จากที่ไหนบนโลก นอกจากประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลวงพี่หมีได้เริ่มธุดงค์จาก Gray Summit, Mo. ไปยัง Pacific, Mo. ซึ่งทาง Mayor ของเมืองนี้ Steve Myers เตรียมการต้อนรับและถวายอาหารเพลแก่ท่านอย่างอบอุ่น ต่อจากนั้นจะเดินธุดงค์ต่อไปยัง Zitzman Elementary Scholl ซึ่งจะมีเด็กนักเรียนมาจัดแถวต้อนรับท่าน ท่านเดินผ่านเมืองนี้มีแต่คนเข้ามาทักทายตลอดทาง

โดยมีนักเรียนเป็นร้อยมารอรับท่าน ทุกคนตื่นเต้นมาก เพราะท่านได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง และตอนนี้เด็กได้รู้จักเมืองไทยแล้ว พวกเค้าจะกลับไปบอกพ่อแม่ว่าให้พาพวกเค้าไปเมืองไทย เพราะพระไทยสร้างความสุขและสันติภาพให้แก่โลก เด็กทุกคนกราบไหว้พระเหมือนกับเป็นเด็กไทยแต่ผมทอง อนุโมทนาบุญด้วยครับ

โดยการเดินธุดงค์ของหลวงพี่หมี มีรถตำรวจของประเทศอเมริกา ประกบหน้าประกบหลัง ตามไปส่งถึงที่ ท่านไม่รู้จักใครเลยในรัฐ Missouri มีแต่คนยื่นมือเข้ามาช่วย เพื่อป้องกันมิให้เกิดภยันตรายต่อพระธุดงค์ ซึ่งไม่เคยติดต่อขอให้ใครมาช่วย แต่พวกเค้ามาด้วยใจพร้อมทั้งชื่นชมการเดินธุดงค์รอบโลกของท่านอีกด้วย ทั้งนี้ข่าวพระธุดงค์ดังไปทั่ว St. Louis มีช่างภาพมาแอบทำข่าวตลอดเส้นทาง และตอนนี้ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขานจากคนอเมริกาตลอดเส้นทางที่ผ่าน

เมื่อคุณ มี ว า ส น า จะไม่เลื่อนผ่านบทความนี้ ส ล ะ เวลาสักนิด จะได้ ข้ อ คิ ด แง่คิด ดีสอนใจ

วันนี้เราขอนำเสนอ คนมีวาสนาจริง จะไม่ เลื่อนผ่านบทความนี้

ไม่ได้อยู่ที่คุณมี ร ถ ห รู เพียงใดขับ แต่อยู่ที่ขับรถกลับบ้านได้อย่าง ป ล อ ด ภั ย หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลัง ใหญ่โตเพียงใด แต่อยู่ที่ในบ้านมีเสียงหัวเราะ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดก ไว้ให้คุณหรือไม่แต่อยู่ที่พ่อแม่แข็งแรง ให้คุณดูแลปรนนิบัติ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวย หรือหล่อเพียงใดแต่อยู่ที่เขาและเธอเข้าใจคุณ หรือไม่

ไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่ง ทำงานเก่งเพียงใด แต่อยู่ที่กตัญญู รู้ คุณ หรือไม่?

ไม่ได้อยู่ที่คำหวานหู หรือเสียงปรบมือ เมื่อคุณมีเงินนั้นดังเพียงใด แต่อยู่ที่เมื่อคุณ ล้ ม ลง ยังมีอีกหลายมือยื่นมา ฉุ ด ให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่ อีกครั้ง หรือไม่

เพราะฉะนั้น อย่า อ ว ด ว่ามีเงิน เพราะย าม เ จ็ บ ป่ ว ย นอน โ ร ง พ ย า บ า ล มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษ อย่า อ ว ด ในตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่

เพราะวันใดที่คุณ ล้ ม ป่ ว ย ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง และ เ ยี่ ย ม ยอดรอ เ สี ย บ ตำแหน่งต่อจากคุณ

อย่า อ ว ด รถยนต์ที่คุณขับ เพราะวันใดที่คุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือ ของคนอื่น อย่า อ ว ด ว่ามีบ้านหลังใหญ่โต วันที่คุณจากไป มันก็เปลี่ยนเป็น ของคนอื่น

สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่ที่ใจ รู้ใจได้สุข ความสุขของคนเราแตกต่างกัน

บางคนไปท่องเที่ยว เพราะ มีเวลา มีเงิน ไม่มีใครให้พะวง บางคนชอบขี่จักรย าน ได้ออกกำลังกาย เห็นสิ่งสวยงามที่ ซ่ อ น เ ร้ น อยู่รายทาง

บางคนชอบ เข้าวัด ทำบุญภาวนา ทำจิตใจให้สะอาด ดื่ ม ด่ำ ในรส พ ร ะ ธรรม บางคนชอบทำสวน ปลูกพืชผักเป็น งานอดิเรกที่แสนวิเศษ

ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อุทิศตนให้สาธารณะกุศล ผู้ที่อุทิศตนให้กับป ร ะ เทศ ช า ติ เป็นบุคคลระดับมันสมอง เป็นทรัพย ากรที่มีค่า

การ เลี้ยง ดู หลาน เขาว่าแขนง แ ร ง กว่ากิ่งจริงนะ เป็นความสุขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รัก และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของ เ ลื อ ด เ นื้ อ เ ชื้ อ ไข

การดูแลสามีและภรรย าสุดที่รักประเสริฐนัก คนที่เคยร่วม ทุ ก ข์ ร่วมสุขกันมา ทำให้รู้ว่าน้ำตาลไม่มีวันคลายรสหวาน

บางคนได้ดูแลบุพการี โชคดีที่ได้ปรนนิบัติ พ ร ะ อรหันต์ สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อน ส า ยเกิน สุขใครสุขมัน สุขในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

บางคนสวรรค์อยู่ในบ้าน เ อ น ก า ย มีเพลงเบา เขาก็ว่าสุขแล้ว ชีวิตบั้นปลายแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่างใคร

ขอบคุณบทความดี จาก rugyim

ไม่ มี ใครที่ไหนจะ ยิ่งใหญ่ ได้จากการ เ น ร คุ ณ

ไม่ มีใครยิ่งใหญ่จากการ “เ น ร คุ ณ ”
อ ย่ า หลงคารมใครง่ายไป

คนที่เข้าหาเรามีหลายแบบ

แยกให้ออกระหว่างเ รื่ อ งจริง

กับการแสดงละครให้ดูน่า ส ง ส า ร

ไม่ใช่อุตส่าห์ยื่น มื อ ไปช่วย

แทนที่จะมีความดีกลับได้ “ ค ว า ม ซ ว ย ”

แต่เชื่อเถอะ… ถ้าไม่รู้จักบุญคุณ คน

ทำอะไรก็ไม่ เจริญ ชี วิ ต เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี

เหมือนจะราบรื่นแต่ก็ไปได้ไม่ไกล

ล้ ม ลุกคลุก ค ล า น อยู่ที่เดิม

สุดท้ายก็ “ พั ง ” ไม่เป็นท่า

ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องท ว ง บุญคุณ

ดีที่สุดคือ “เ ลิ ก ค บ ” โยนออกไปให้ไกลจากชีวิต

ความกตัญญูรู้คุณ
คนเราจะอยู่คนเดียวตามลำพังไม่ได้

จำต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทั้งในด้านกำลังกายกำลังทรัพย์

กำลังความคิดและอื่น หากได้รับอุปการะจากผู้ใด ก็เรียกผู้นั้นว่า

“ผู้มีบุญคุณ” หรือ”ผู้มีพระคุณ”

ผู้ใดช่วยเหลือให้อุปการะ แ ก่ เราก็ไม่พึงลืมบุญคุณของผู้นั้น

ผู้ไม่ลืมอุปการะที่ผู้อื่นมี แ ก่ ตน

ย่อมเป็นผู้เจริญด้วย ล า ภ ยศ สรรเสริญและไมตรี

แต่ผู้ใดไม่รู้บุญคุณของผู้อื่น หรือ ล บ ห ลู่ บุญคุณของผู้มีอุปการะ

ผู้นั้นจะเป็นผู้ ต่ำ ต้ อ ย ทำความดีไม่ขึ้นแม้จะพย าย าม ข ว น ขวายอย่างไร

ก็มักมีอันเป็นไปต่าง เรียกว่า ทำดีไม่ขึ้น เป็นคน อ า ภั พ อ ยู่ ตลอดกาล

การ ล บ ห ลู่ บุญคุณของผู้มีพระคุณนี้ เรียกว่า “เ น ร คุ ณ ”

การ เ น ร คุ ณ เป็นตัว ก า ล กิ ณี

จะคอยดึงให้คน เ น ร คุ ณ ตกต่ำ

ไม่มี โอกาสจะมีความสุขได้ใน ชี วิ ต

ไม่มีข้อใดยิ่งไปกว่า การแสดงความกตัญญูรู้คุณคน

ความ วุ่ น ว า ย ยุ่ ง ย า ก ต่าง ที่เกิดอยู่ในขณะนี้เพราะ ข า ด กตัญญู

ความเป็นผู้รู้คุณคนนั้นเอง

ข า ด กตัญญูแล้วอย่าหวังเลยว่าจะแก้ไขอะไร ได้

ลูกรู้คุณพ่อแม่ จึงเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ น้องรู้คุณพี่ จึงรักและนับถือเชื่อฟังพี่

“กตัญญูรู้คุณคนแล้วตอบแทน คือ สัญญลักษณ์ของคนดีแท้”

Cr. บทความดีจาก : PuiPinnarat , kamsondeedee

ค น เ ร า เมื่อ มี ศี ล ที่ไม่เสมอกัน มั น จะ อ ยู่ ด้ ว ย กัน หรือ ค บ กันไม่ได้หรอก

คนเราถ้าศีลไม่เสมอกัน มั น คบกันไม่ได้หรอก

คบคนแบบไหน ก็เป็นคนแบบนั้น เพราะ…

ผึ้ ง ก็ไม่เคยชวน แ ม ล ง วั น ไปตอม ข ี้

แ ม ล ง วั น ก็ไม่เคยไปกินน้ำหวานในดอกไม้กับ ผึ้ ง

ถ้าคุณอยู่กับ “คนใจกว้าง” คุณจะมี… “สังคมที่กว้างมากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “นักปราชญ์” คุณจะมี “ความรู้มากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนบุญ” คุณจะเกิด “จิตเมตตามากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนก ล้าหาญ” คุณจะ “แ ข็ งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

ถ้าคุณอยู่กับ “คนมองโลกในแง่ดี” คุณจะ “มีความสุขมากยิ่งขึ้น”

ถ้าศี ล ไม่เสมอกัน ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องพวกเดียวกัน คุยเ รื่ อ งเดียวกัน ถึงอยู่กันได้

คนแบบเดียวกันดึงดู ด พวกเดียวกัน ชอบแ ว้ น เขาก็ไปจั บ กลุ่ม ซิ่ ง ร ถ ชอบเข้าวัด ก็ชวนกันไปนุ่งขาวห่มขาว ปฎิบัติธรรม

ทำเ รื่ อ งที่ชอบเหมือนกัน คุยเ รื่ อ งที่ชอบเหมือนกัน เราสนิทชิด เ ชื้ อ กับคนแบบไหน นั่นแปลว่าเราเป็นคนแบบนั้น

เราคุยเราคบกับคนแบบไหนแล้วสบายใจ ไม่ อึ ด อั ด ใจ ให้รู้ไว้เลยเรากำลังจะ ก ล ายเป็นพวกเดียวกับเขา

แ ม ล ง วั น มันไม่ชวนกันไปกินน้ำหวาน กินเกสรดอกไม้สวย หรอก มันชวนกันไปกินแต่ ข ี้ กินแต่ของ เ น่ า เ สี ย

เช่นเดียวกัน คุณก็ไม่เคยเห็น… ผึ้ ง ชวนกันไปกิน ข ี้ กินของ เ ห ม็ น เหมือนกัน พ ว ก เดียวกันมันจะชวนกันทำ

ในสิ่งที่มันชอบเหมือนกันคิดเหมือนกัน ไม่มีใครตักเ ตื อ น กันได้ เพราะชอบเหมือนกัน

ถ้าอย ากรู้ว่าใครเป็นคนแบบไหน ให้ดูคนที่เขาคุยด้วยคบด้วยสนิทด้วยก็รู้

เพราะถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน ศี ล ไม่เสมอกัน…มัน ค บ กันไม่ได้หรอก

เชื่อไหมว่า… คุณคือค่าเฉลี่ยนคน 5 คน ที่คุณคลุกคลี และ ใช้เวลาอยู่ร่วมด้วยมากที่สุด

ลองมองดู 5 คนในชีวิต ที่คุณใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดในแต่ละวันซิ คุณได้รับอิทธิพลมาจากพวกเขา ไม่มากก็น้อย

ถ้าคุณอยู่กับใคร…? คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น อย ากเป็น ผึ้ ง หรือ แ ม ล ง วั น คุณเป็นคนเลือกเอง

ขอบคุณข้อมูลดีจากแหล่งที่มา : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม , bitcoretech

ทำเองก็ได้บุญ ชวนผู้อื่นทำก็ได้บุญ อานิสงส์ของการอนุโมทนาในบุญคนอื่น

ทำเองก็ได้บุญ ชวนผู้อื่นทำก็ได้บุญ อานิสงส์ของการอนุโมทนาในบุญคนอื่น
อานิสงส์ของการอนุโมทนาในบุญคนอื่นผลของบุญนั้นมีความมหัศจรรย์มาก ทำบุญเองก็ได้บุญ ชวนผู้อื่นทำบุญก็ได้บุญ…

บางคนไม่ได้สละทรัพย์เป็นเจ้าของวัตถุทาน ไม่ได้เป็นผู้ถวายทานด้วยมือ อีกทั้งไม่ได้อยู่ร่วมในการให้ทานกับเข า ด้วย แต่มารู้ทีหลังว่าคนอื่นเขาให้ทาน

รู้แล้วก็รู้สึกยินดีเลื่อมใสไปกับเขา อนุโมทนาบุญกับเขาบุคคลนั้นก็จะพลอยได้รับผลของบุญด้วยอย่างน่าอัศจรรย์

ดังเช่นผลบุญที่เกิดกับเพื่อนของนางวิสาขามหาอุบาสิกา

การอนุโมทนาบุญจัดเป็นการทำบุญ ๑ ใน บุญกิริย าวัตถุ ๑๐ คือ ปัตตานุโมทนามัย (บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ)

หากการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญกุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย

ในพระธรรมบทมีอยู่ว่า

ครั้งหนึ่ง พระอนุรุทธะเถระจาริกไปในดาวดึงส์เทวโลก เห็นทิพย์วิมานหลังใหญ่ กว้างย าวและสูง ๑๖ โยชน์ แวดล้อมด้วยอุทย านและสระโบกขรณี

ล่องลอยอยู่ในอากาศ แผ่รัศมีไปไกลถึงร้อยโยชน์ เจ้าของวิมานนั้นเป็นเทพธิดาวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไปทั่วทุกทิศ

มีกลิ่นทิพย์หอมยวนใจฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ เมื่อย ามเยื้องกราย หรือ ร่ า ย รำก็มีเสียงทิพย์อันไพเราะ น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ เปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่

พระอนุรุทธะเถระถามเทพธิดาเจ้าของวิมานนั้นว่า”เธอทำบุญด้วยอะไร ทิพย์สมบัตินี้จึงเกิดขึ้นแก่เธอ ”

นาง เทพธิดาตอบพระเถระว่า

ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเป็นเพื่อนของนางวิสาขามหาอุบาสิกา เมื่อเพื่อนของดิฉันสละทรัพย์ถึง ๒๗ โกฏิ สร้างบุพพารามมหาวิหาร

เธอชวนดิฉันและสหายอีก ๕๐๐ คน ไปเที่ยวชมปราสาท ดิฉันได้เห็นมิคารมาตาปราสาทที่เธอสร้างถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ดิฉันเคารพ

ดิฉันเลื่อมใสในบุญของเธอ จึงอนุโมทนาบุญกับเธอว่า… สาธุ สาธุ

” ด้วยอานิสงส์ของการอนุโมทนาบุญนี้ ทิพย์สมบัติทั้งหลายเหล่านี้จึงบังเกิดแก่ดิฉันเจ้าค่ะ ”

นางวิสาขาสร้างบุพพารามมหาวิหาร ด้วยการสละเครื่องประดับนั้น ซึ่งมีราคาถึงเก้าโกฏิเจ็ดพันกหาปนะ สร้างปราสาทหลังใหญ่

สมควรเป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า และเป็นที่อยู่ของภิกษุสงฆ์ ประดับด้วยห้องหนึ่งพันห้อง คือชั้นล่างห้าร้อยห้อง ชั้นบนห้าร้อยห้อง

โดยที่ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างจัดไว้อย่างดี น่าจับใจ งานไม้ที่น่ารื่นรมย์ก็ตกแต่งสำเร็จเป็นอย่างดี

งานปูนก็พิถีพิถันทำอย่างดีน่าปลื้มใจ วิจิตรไปด้วยจิตรก รร ม มีมาลาก รร มลายดอกไม้ และลดาก รร มลายเถาไม้เป็นต้น

ที่ประดับตกแต่งไว้อย่างงดงาม และสร้างปราสาทห้องรโหฐานหนึ่งพันปราสาทเป็นบริวารของปราสาทใหญ่นั้น

และสร้างกุฎีมณฑปและที่จงกรมเป็นต้นเป็นบริวารของปราสาท เหล่านั้น ใช้เวลา ๙ เดือนจึงสร้างวิหารเสร็จ เมื่อวิหารสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

นางวิสาขาใช้เงินฉลองวิหารถึงเก้าโกฏิกหาปนะ นางพร้อมด้วยหญิงสหายประมาณ ๕๐๐ คนขึ้นปราสาท

ได้เห็นสมบัติของปราสาทนั้น ดีใจกล่าวกะพวกเพื่อนหญิงว่า

“เมื่อฉันสร้างปราสาทหลังนี้งามถึงเพียงนี้ ขอเธอทั้งหลายจงอนุโมทนาบุญที่ฉันขวนขวายนั้น ฉันขอให้ส่วนบุญแก่พวกเธอ

เพื่อนหญิงทั้งหมดมีใจเลื่อมใส ต่างอนุโมทนาว่า อโห สาธุ อโห สาธุ ดีจริง ดีจริง .”

บรรดาเพื่อนหญิงเหล่านั้น เพื่อนอุบาสิกาคนหนึ่งได้ใส่ใจถึงการแผ่ส่วนบุญให้นั้นเป็นพิเศษ

ต่อมาไม่นาน นางได้ต า ยไปบังเกิดในภพดาวดึงส์ ด้วยบุญญานุภาพของนางได้ปรากฏวิมานหลังใหญ่

ย าวกว้างและสูงสิบหกโยชน์ ประดับประดาด้วยห้องรโหฐาน กำแพงอุทย านและสระโบกขรณีเป็นต้นมิใช่น้อย ล่องลอยอยู่ในอากาศ

แผ่รัศมีของตนไปได้ร้อยโยชน์ อัปสรนั้น เมื่อจะเดินก็เดินไปพร้อมกับวิมานสำหรับมหาอุบาสิกาวิสาขา เพราะมีจาคะไพบูลย์

และมีศรัทธสมบูรณ์จึงบังเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี ได้ดำรงตำแหน่งอัครมเหสีของท้าวสุนิมมิตเทวราช

ครั้งนั้น ท่านพระอนุรุทธะเที่ยวจาริกไปเทวโลก เห็นเพื่อนหญิงของนางวิสาขานั้นเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และทราบว่านางวิสาขาบังเกิดในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี

ได้ดำรงตำแหน่งอัครมเหสีของท้าวสุนิมมิตเทวราช.

ส่วนในที่นี้ ท่านพระอนุรุทธะกลับมนุษยโลกแล้ว ได้กราบทูลเนื้อความที่ตนและเทพธิดาพูดกัน ถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงทำเนื้อความนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเ รื่ อ ง ทรงแสดงธรรมแก่บริษัทที่ประชุมกัน

พระธรรมเทศนานั้นได้เป็นประโยชน์แก่มหาชน ดังนี้แล.

เหตุผลที่เราควรฝึกสมาธิในช่วงที่มีชีวิตอยู่

เหตุผลที่เราควรฝึกสมาธิในช่วงที่มีชีวิตอยู่
วินาทีก่อนต า ย มนุษย์จะเห็นอะไร

ในวินาทีที่บุคลหนึ่งบุคคลใดกำลังจะถึงแก่ความต า ย ปกติแล้ว เมื่ออยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความต า ย

จิตของผู้ที่ไม่เคยฝึกฝนการภาวนาเลยจะควบคุมได้ย ากมาก

ก่อนที่จิตสุดท้ายจะดับไปสู่ความต า ย จิตจะต้องเข้าภวังค์เสียก่อน ภวังค์จิตก่อนต า ยนี้ มีลักษณะพิเศษ คือประสาทสัมผัสจะดับ หูไม่ได้ยิน ตาไม่เห็น

จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รู้รส กายไม่รู้สัมผัส พูดง่าย ว่าร่างกายไม่ทำงานแล้ว แต่จิตยังทำงานอยู่ ในขณะนั้นเองจะมีนิมิตปรากฏขึ้นในภวังค์จิต ได้แก่

  1. กรรมอารมณ์ปรากฏ:

คือสิ่งที่ทำไว้ใน ชาตินี้ หรือชาติก่อน จะมาปรากฏในภวังค์จิต เป็นลักษณะเหตุการที่ดำเนินไปเรื่อย คล้ายดูภาพยนต์ ไม่ได้เจาะจงจุดใดจุดหนึ่ง

  1. กรรมนิมิตอารมณ์ปรากฏ:

กรณีนี้จะไม่ปรากฏเป็นภาพในภวังค์จิต แต่จะปรากฏเป็นภาพ กุศล หรือ อกุศล ที่ตนเคยทำไว้ในชาตินี้แทน ซึ่งจะมีความชัดเจนมาก

เช่น เห็นภาพตอนที่ตนเองไปทำบุญทำกุศล (สร้างกรรมดี) ไปช่วยสร้างวัดฯ หรือเห็นสัตว์ตัวที่เคยฆ๋ าไว้ ซึ่งจะทำให้ ไปเกิดทันที่ ด้วยผลกรรมที่รุ นแร ง

  1. คตินิมิตอารมณ์ปรากฏ:

คือเกิดนิมิตเป็นผล แห่งกรรม เช่นเห็นเป็นภพภูมิตามผลกรรมที่ตนกระทำไว้ เห็นเป็น นรก สวรรค์ เป็นวิมาน เป็นเทวดา นางฟ้า หรือเปรต อสุรกาย

สัตว์เดรฉาน เป็นผลแห่ง กรรม จากการกระทำนั้น เป็นต้น

ซึ่งนิมิตทั้ง 3 นี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า ก่อนเสียชีวิตจะเกิดนิมิตแบบไหนขึ้น บางคนอาจคิดว่า จะใช้ประโยชน์จากจิตสุดท้าย ซึ่งเคยได้ยินว่า

ในชีวิตจะทำอะไรมาก็ตาม ถ้าจิตสุดท้ายคิดดี ก็เป็นอันว่า ได้ไปเสวยสุขอยู่แดนสวรรค์ ก็ต้องขอบอกว่า

“กฏแห่งกรรม”

มิได้มีความโง่เขล่าถึงเพียงนั้น ความคิดเช่นนี้ไม่ได้ทำได้ง่ายนัก เพราะจิตที่กำลังจะปฏิสนธิจิต เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ เป็นจิตที่มีความรุ นแร ง

ควบคุมได้ย ากมาก สมัยพุทธกาล มีสตรีผู้หนึ่ง กระทำความดีมาตลอดชีวิต อยู่ในศีลธรรมตลอด หากแต่วาระสุดท้าย

จิตพลิกไปคิดถึงความผิดอันน้อยนิดที่เคยทำไว้ ยังบันดาลให้นางต้องไปชดใช้กรรมอยู่ในนรกภูมิชั่ วระยะเวลาหนึ่ง

พลังจิตนี้เอง จะสามารถช่วยผู้ที่ฝึกจิตในช่วงเวลาสำคัญเหล่านี้ได้ เพราะผู้ฝึกจิตทุกคนจะมีความคุ้นเคยกับการเข้าภวังค์ ยิ่งมีพลังจิตมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งมีความสามารถควบคุมการทำงานของจิตในภวังค์

ซึ่งภวังค์ในสมาธิก็มีความคล้ายคลึงกับภวังค์ในจิตสุดท้ายมาก นักพลังจิตที่มีความรู้จะใช้โอกาสทองนี้ ยกจิตขึ้นสู่ฌานสมาธิ ส่งจิตไปสู่พรหมโลก

หรือหากแม้ผู้ฝึกจิตมีความเชียวชาญในการทำวิปัสสนาอยู่แล้ว ก็อาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าว พิจารณาธาตุขันธ์ จนเห็นความเกิดดับ ตั ดตรงเข้าสู่นิพพานก็ยังได้

เรียกว่า เป็นการใช้ภวังค์แห่งความต า ย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นคือใช้เพื่อการบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในวินาทีสุดท้าย นั่นเอง

ฉะนั้น ผู้ที่หวังไปสู่ สุคติ ภูมิฯ ไปสู่ทีดีมีความสุขในภพภูมิ ต่อไปข้างหน้า ต้องหมั่น ทำแต่ความดี ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ทำบุญสร้างกุศลสร้างแต่กรรม ดี

และหมั่นฝึกฝนวิปัสสนาฯ ให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะ เราไม่รู้ว่า เมื่อไหร่??? ที่เราหมดอายุขัย หมดเวลาในโลกนี้

เร่งสะสมบุญ สะสม กรรมดี กันดีกว่า อนุโมทนาสาธุ

ใช้อาวุธปืนป้องกันตัว ยิงได้กี่นัด ถึงไม่ติดคุก

ป้องกันตัว…ยิงได้กี่นัด ไม่ติดคุก
ในเ รื่ อ งของการใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืน เพื่อปกป้องชีวิต มักจะได้ยินคำถามบ่อย ว่า

– ยิงได้กี่นัด หรือบางครั้ง ก็มีความเข้าใจว่า
– ยิงมากกว่า 1 นัดจะเข้าข่าย “เกินกว่าเหตุ”
ความจริงแล้ว กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร?

กฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืน เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน
คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67, มาตรา 68, มาตรา 72
ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

– มาตรา 67 กระทำความผิดด้วยความจำเป็น ไม่ต้องรับโทษ
– มาตรา 68 ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความผิด
– มาตรา 72 บันดาลโทสะ ศาลจะลงโทษ
น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เพียงใดก็ได้

ในเ รื่ อ งของการใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืน ยิงเพื่อปกป้องชีวิตนั้น
ไม่มีกฎหมายมาตราใด ที่กำหนดไว้ว่า “จะยิงได้ กี่นัด”ทั้งนี้ เมื่อมีภัยคุกคาม เราสามารถใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืนยิงได้ จนกว่าภัยคุกคามนั้น จะ “หมดสภาพ” ความเป็นภัยคุกคาม

“ยิงได้จนกว่าอันตรายจะหมดไป”
ตัวอย่าง
– นาย ก. เดินเข้าไปในบ้าน นาย ข. และยิงปืน ๑ นัด พร้อมทั้งแสดงอาการจะทำร้ า ย นาย ข. นาย ข.จึงใช้ปืนยิงไป ๖ นัดโดยที่ นาย ก. ยังไม่ล้มลง ยังคงเป็นภัยคุกคาม อยู่นอกจากนั้น นาย ก. ก็ยังสามารถหลบหนีออกไปจากบ้านของ นาย ข.ได้ (เมื่อ นาย ก. หนีแล้ว , นาย ข. จะตามไปยิงต่อไม่ได้ เพราะถือว่า นาย ก. ไม่เป็นภัยคุกคามแล้ว) เช่นนี้ ถือได้ว่า นาย ข. ได้กระทำไปเพื่อป้องกันตน และเป็นการกระทำที่ “พอสมควรแก่เหตุ” นาย ข. จึงไม่มีความผิด

“หยุดแล้ว ห้ามยิงซ้ำ”
ตัวอย่าง
– นาย ก.ขับรถเข้ามาในบริเวณบ้านของ นาย ข. เพื่อจะบังคับ นางสาว ค. ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นาย ข.
และเคยเป็นภริย าของ นาย ก.ให้กลับไปอยู่ด้วยกันเช่นเดิม จากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกัน นาย ข.พูดจาห้ามปราม แต่ นาย ก.ไม่ฟัง และได้ลงจากรถพร้อมกับถืออุปกรณ์ในการก่อนเหตุมีดย าว 12 นิ้ว เดินไปหา นาย ข. นาย ข. วิ่งขึ้นไปบนบ้านหยิบเอาอุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืนย าวขนาด .22 ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืนที่ นาย ข.ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ ลงจากบ้าน เพื่อห้ามปรามมิให้ นาย ก. ทำร้ า ยหรือทำลายทรัพย์สินของ นาย ข. หรือบังคับให้ นางสาว ค.กลับไป อยู่ด้วย โดยไม่มีทีท่าว่าจะยิง นาย ก. ขณะนั้น นาย ก. กำลังถูก นางสาว ค.กอดไว้ จึงไม่ถือว่า นาย ข. “สมัครใจเข้าทะเลาะวิวาท” กับ นาย ก. สักครู่ นาย ก. สะบัดตัวหลุด และเดินเข้าหา นาย ข. เพื่อทำร้ า ยจนอยู่ห่างกันประมาณ 1 วา และมีอุปกรณ์ในการก่อนเหตุมีดย าวในมือ ซึ่งถือว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแล้ว นาย ข. ย่อมมีสิทธิจะป้องกัน เนื่องจากหากปล่อยให้ นาย ก. เข้ามาใกล้กว่านั้น โอกาสที่จะใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืนย าว ยิงเพื่อป้องกันตัวก็จะทำได้ย าก นาย ข. ใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุดังกล่าวยิงไปที่ นาย ก. 1 นัด แต่ นาย ก. ก็ยังเดินเข้ามาหา นาย ข.อีก นาย ข.จึงยิง นาย ก. อีก 2 นัด ติดต่อกัน นาย ก. ล้มลง นับว่าเป็นการกระทำ “พอสมควรแก่เหตุ” ในสถานการณ์ เช่นนั้น แต่หลังจาก นาย ก. ล้มลงไปแล้ว นาย ข. ยังเดินเข้าไปยิง นาย ก. ซ้ำอีก 2 นัด จึงเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ นาย ข. จึงมีความผิด
———————————————————-

จากคำพิพากษาศาลฎีกา
และตัวอย่างที่นำมาเสนอนี้ จะเห็นได้ว่า “ประเด็นสำคัญ” ของการใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืน ในการป้องกันตัว คือ
เมื่อ มีภัยคุกคามนั้น “ไม่มีสภาพ” เป็นภัยคุกคามอีก
———————————————————-

หวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ และทำให้เพื่อนมีความเข้าใจใน เ รื่ อ งของการใช้อุปกรณ์ในการก่อนเหตุปืนเพื่อปกป้องชีวิตขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ
———————————————————-

สามารถศึกษาได้จาก
– คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๔๗๕/๒๕๓๒
– คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๙๔๐/๒๕๕๑
———————————————————-

ที่มา: www.gunlover.info

สำหรับผู้หญิงนั้น..การที่เป็นโสดไม่น่ากลัวเท่ากับการไปรักคนผิด

วันนี้เราก็มีบทความดี ให้กับผู้หญิงทุกคนที่ชอบผิดหวังกับความรักวันนี้เราเลยมีข้ อ คิ ด ดี สำหรับสาวโสดที่ยังไม่มีคู่ ให้คุณคิดไว้เสมอว่าการเป็นโสดนั้นดีกว่าการไปรักคน ผิ ด เพราะมันอาจทำให้ชีวิตของคุณพังได้และความจริงนั้นการที่เราเป็นโสดมันอาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นมาก็ได้เหมือนกับบทความที่เราจะมาบอกในวันนี้

ผู้หญิงหลายคนยังรู้สึกกังวล…ว่าทำไมถึงยังไม่มีคนรักเหมือนคนอื่นเขา หรือป่านนี้ทำไมยังไม่เจอใครสักคนที่จะมาเป็นแฟนสักที ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้หน้าตา ขี เ ห ร่ มากมาย

หน้าที่ หรือการศึกษาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย บางคนอาจจะรู้สึก อ า ย เวลาเข้าสังคมเจอเพื่อน เจอคนรู้จักมักจะถามไถ่เสมอว่า มีแฟนรึยัง

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ไม่อย า กได้ยินเลยสำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน อย า กบอกผู้หญิงทุกคนที่กำลังโสดว่า “ อ ย่ า อ า ย ”

อย่ากลัวไปเลย ที่ต้องเดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว ถึงมันจะเหงาไปบ้าง แต่มันก็ไม่น่า กลัว เท่ากับการไปรักคนผิด หรือเจอคน ไม่ดี

ลองนึกภาพหากเราต้องนอน ร้ อ ง ไห้ ทุกวันเพราะโดน นอก ใจ หากเราต้องถูก ทำ ร้ า ย ร่ า ง ก า ย เพราะเขาไม่พอใจ

ทุกคนเกิดมา มีบุญ ก ร ร ม มาไม่เท่ากัน การมีคู่ดี ถือว่าเป็นเ รื่ อ งดี มีบุญวาสนาดี ถ้าเจอคู่ ไม่ดี ก็ โชค ร้ า ย รับ ก ร ร ม ไป

สมัยนี้ใครไม่มีคู่ ให้คิด เ สี ย ว่าเรายังพอมีบุญอยู่บ้าง เพราะจะหาใครสักคนที่รักเราและพร้อมจะอยู่ดูแลกันไปจน แ ก่ เ ฒ่ า

มันหาย าก หรืออาจไม่มีเลย ดังนั้นอย่า อ า ย หากต้องอยู่เป็นโสด ใช้ชีวิตให้มีคุณค่าทำสิ่งดีให้กับตัวเองและคนอื่น คิดดี ทำดีเข้าไว้

หากคู่ของเรามีจริง และมีวาสนาต่อกันพอ ผลบุญนั้นจะนำพาคนดี เข้ามาในชีวิตเราเอง

ข้อดีของการเป็นโสด
1.ไปไหนก็ไป
เป็นเ รื่ อ งจริงที่คนโสดมักจะมีอิสระในชีวิตมากกว่าคนมีคู่ เพราะสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้โดยไม่มีปัญหา เริ่มจากการเดินทางไปในสถานที่ที่อย า กไปได้ในทันที แบบไม่ต้องนั่งรอการ ตั ดสินใจจากใคร และไม่ต้องให้ใครมาเป็นห่วงหรือมีความกังวลในตัวเรา

ส่งผลให้การใช้ชีวิตดูง่ายขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการฝึกความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจเมื่อต้องใช้ชีวิตเองคนเดียวและทำทุกอย่างด้วยตัวเองรวมถึงความคิดและการ ตั ดสินใจในเ รื่ อ งอื่น ด้วย

2.ไปกับใครก็ได้
หนุ่ม สาว ที่มีแฟนแล้วทั้งหลายเคยสังเกตตัวเองกันบ้างมั้ยว่าทำไมเวลาอยู่ใกล้กับเพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชายแฟนเราจะต้องมาตามหึงจนเกิดเป็นปัญหา ท ะ เ ล า ะ กันทุกที

ทั้ง ที่คน นั้นคือเพื่อนของเรา? ซึ่งสิ่ งนี้เองคือเ รื่ อ งสำคัญที่อย า กจะบอก รู้หรือไม่ว่าข้อดีอีกอย่างหนึ่งของคนโสดที่คนมีคู่อาจ อิ จ ฉ า ก็คือ คนโสดจะไปไหนมาไหนกับใครก็ได้

นั่นหมายความว่าสาวโสดหรือหนุ่มโสดสามารถไปกินข้าวดูหนัง หรือช็อปปิ้งกับเพื่อนผู้ชายหรือเพื่อนผู้หญิงได้ แบบไม่ต้องกลัวมี ปัญ หา กับแฟน และเป็นการ ตั ด ปัญ หาในเ รื่ อ งของการถูกมองใน แ ง่ ล บ นั่นเอง

3.มีเวลาส่วนตัว
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ติดแฟนหรือแฟนเป็นคนที่ติดเรา แต่ตามหลักการในการใช้ชีวิตของ ม นุ ษ ย์ อย่างเรา แล้วไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือคนมีคู่ก็ย่อมต้องการเวลาส่วนตัวในการทำ กิ จ ก ร ร ม ต่าง

ที่ตนเองสนใจด้วยกันทั้งนั้นเพราะมันสามารถทำให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างเต็มที่นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว

ซึ่งเป็นสิ่งที่คนมีคู่บางคนต้องการแต่ไม่สามารถทำได้ แ ต ก ต่างจากคนโสดที่มีเวลาส่วนตัวเยอะมากพอกับการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

ขอบคุณที่มาจาก : share-si.com