feelgood

ยอมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดีกว่าข้องเกี่ยวกับคนหลายใจ

เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดดีๆ จากโพสต์บนเฟซบุ๊กจากผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงหลายคนฉุกคิดได้ถึงปัญหาครอบครัวที่กำลังเผชิญอยู่ ชีวิตหลังแต่งงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุข บางคนเป็นดั่งฝันร้าย และหลายคนยังหาทางออกของปัญหานี้ไม่ได้

แต่ผู้หญิงคนนี้ตัดสินใจเดินไปประตูทางออกของปัญหานี้ด้วยการเ ลิ ก ร า อ่านแล้ว รู้สึกไม่ค่อยดีต่อ หัวใจ แต่ชีวิตยังคงต้องก้าวต่อไป การเป็นซิงเกิ้ลมัมไม่น่ากลัวอย่างที่ใครคิด และแม้จะต้องจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้ลง แต่มุมมองความรักก็ยังสวยงามเสมอ….ไม่เคยเปลี่ยน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาฉันกำลังเดินอยู่บนถนนเล็กๆ ที่สองข้างทางเป็นเหว ฉันเดินตามคนๆนึงด้วยความซื่อสัตย์อย่างไม่มีข้อแม้ ตลอดทางฉันเห็นแต่แผ่นหลังของเค้า ฉันก็ตามไปอย่างเชื่อใจ เขาก็หันมามองฉันเป็นพักๆ ฉันเองที่เป็นคนตัดสินใจมาเลือกมาเดินตามเขา ฉันจึงเดินต่อไปเรื่อยๆ

ระหว่างทาง ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็ได้โรยเศษแก้วทิ้งไว้บนพื้น ขณะที่เดินตาม ฉันไม่เคยระวังตัวใดๆ เพราะตามองอยู่แต่ที่หลังของเค้าด้วยความไว้ใจ ฉันรู้สึกเจ็บที่เท้าแล้ว แต่ฉันก็ยังเดินตามต่อ

การขอโทษและการให้อภัยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เค้าก็ยังทำอีก จนในที่สุด พื้นที่เราเดินก็เต็มไปด้วยเศษแก้วชิ้นเล็กๆมากมายที่คอยทิ่มตำเท้าฉันอยู่ตลอดทุกก้าวที่เดิน แน่นอนว่ามันก็มีบางช่วงที่เป็นพื้นดินธรรมดา บางช่วงที่เป็นพื้นหญ้านุ่มๆบ้าง แต่เดินไปไม่นานก็กลับไปเจอเศษแก้วอีก

ที่ตลกคือ ฉันก็ยังคงทนเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดเสียดายที่อุตส่าห์เดินตามมาตั้งนานแล้ว และด้วยความหวังจากเสียงพูดของเค้า ที่ตะโกนมาเรื่อยๆว่าเค้าจะหยุดการกระทำแบบนี้แล้วนะ

ความ เ จ็ บ มันเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อมีเด็กคนนึงเกิดขึ้นมา จากที่เดินด้วยน้ำหนักเราคนเดียวกลายเป็นต้องเดินโดยอุ้มเด็กคนนี้ไว้ที่แขนเพื่อไม่ให้เค้าโดนเศษแก้วไปด้วย เด็กโตขึ้นทุกวัน น้ำหนักก็มากขึ้นทุกวันตามไปด้วย

8 ปี..ในที่สุดเราก็เดินมาจนถึงทางแยก

ทางแยก 2 ทาง คือทางตรงทางเดิมที่แม้จะมีเศษแก้วปะปรายให้เห็น แต่ก็ยังคงมีแผ่นหลังที่คุ้นเคยกับรอยยิ้มจริงใจของเค้าที่เหมือนคอยให้ความหวังว่าเค้ากำลังจะเลิกโรยเศษแก้วแล้ว หรือจะเลี้ยวออกไปอีกทาง ที่มันโคตรมืดและไม่รู้จะมีอะไรอยู่ข้างหน้า

ในใจคิดว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหนเราจะเอาเด็กคนนี้ไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ปล่อยเด็กแน่นอน

ที่ทางแยก…ฉันมองลงไปที่เท้าตัวเอง ตอนนี้มันดูไม่เหมือนเท้าอีกต่อไป มันเต็มไปด้วย ความเจ็บ นับไม่ถ้วน มันเจ็บ มันชา แล้วกลับมา เ จ็ บ อีก วนไปเรื่อยๆ

วันนี้….ฉันตัดความเสียดาย 8 ปีที่ผ่านมา ไว้ที่ตรงทางแยกนั้น แล้วเลือกเดินทางใหม่ ทางที่มันโคตรจะมืดและไม่รู้จะเจอกับอะไรอีก แต่อย่างน้อยที่สุดทางนี้ก็ไม่มีเศษแก้วอีกแล้ว

แน่นอนว่า เมื่อไม่มีเศษแก้ว ฉันจึงกล้าที่จะวางเด็กลงกับพื้นแล้วจับมือกันเดินแทนการอุ้ม
ฉันรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด จากที่เป็นแต่ผู้ตามที่ซื่อสัตย์ ฉันรู้ทันทีว่าตอนนี้ฉันต้องมาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งแทนในวินาทีนี้เลย เพราะฉันกำลังจะมีเด็กคนนึงเดินตามแผ่นหลังของฉัน

ตอนนี้ฉันยังเดินต่อไม่ค่อยไหวเลย จากนี้ฉันอาจจะนั่งลงใช้เวลาในการรักษาเท้าไปซักพัก แต่ไม่นานหรอกฉันจะลุกขึ้นแล้วเดินต่อ เดินไปไอ้ทางที่แม่งโคตรมืดนี่แหละ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…
ฉันยังอยู่ ฉันยังอยู่ ฉันจะไปต่อ ฉันจะไปได้โดยไม่ต้องเดินตามใครอีก และฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว