เตือนภัย

เช็คด่วน !!! ลักษณะเล็บบอกโรค บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของคุณ !!!

เล็บของคุณมีสุขภาพดีสมบูรณ์ใช่หรือไม่? เล็บที่มีสุขภาพดี คือ เล็บที่มีสีออกชมพูจาง หรือแดงอ่อนๆ ด้วยสีผิวของเนื้อข้างใต้เล็บ มีพื้นผิวที่เรียบ ผิวหนังรอบเล็บมีความแข็งแรงไม่ถอยร่น และเล็บมีความหนาไม่มากไปและไม่น้อยจนเกินไป ถึงตอนนี้ใครหลายคนคงกำลังก้มมองดูเล็บของตนอยู่ สังเกตว่าเล็บของคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ ถ้าเล็บมีความแตกต่างไปนอกเหนือจากที่กล่าวแล้ว อาจเป็นสัญญาณของเล็บที่ไม่ปกติหรือไม่ ถ้าใช่จะเป็นอันตรายอย่างไรบ้าง ถึงเวลาต้องรีบเช็คโดยด่วนแล้วล่ะค่ะ

1. ความหนาหรือบางผิดปกติ 

เล็บหนามากผิดปกติ เกิดได้จากหลายสาเหตุ
– โรคเชื้อรา ที่นอกจากเล็บหนาขึ้นแล้ว เล็บอาจมีสีเปลี่ยนร่วมด้วยเป็นสีเหลืองหรือขาว ผิวเล็บและส่วนปลายเล็บอาจขรุขระ
– โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่พบได้มาก ก็อาจจะมีเล็บหนาได้ แต่ต่างกับเชื้อราที่โรคสะเก็ดเงินมักจะมีอาการเล็บหนาหลายๆ เล็บตรงข้ามกับโรคเชื้อราที่เป็นไม่กี่เล็บ
เล็บบางมากกว่าปกติ
– โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก เล็บจะมีลักษณะบางและแอ่นคล้ายช้อนได้ หรือในคนสูงอายุอาจมีเล็บที่บางและเปราะแตกง่ายบริเวณปลายเล็บได้ เช่นกัน

2. เล็บมีพื้นผิวที่ขรุขระ

ผิวเล็บอาจเป็นหลุมเล็กๆ ถ้าเป็นหลายเล็บ อาจบ่งบอกถึงโรคสะเก็ดเงิน หรือโรคภูมิแพ้ได้ แต่อาจพบได้ในเด็กบางคนโดยที่ไม่มีสาเหตุ บางกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง อาจพบเล็บเป็นร่องลึกสัมผัสได้ว่าขรุขระ ตามแนวขวางจากการที่เล็บมีการสร้างเล็บผิดปกติขณะป่วย

3. ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง 

มักเกิดขึ้นในคนที่สัมผัสกับน้ำบ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังรอบเล็บมีการเปื่อยยุ่ย จึงเกิดการระคายเคืองจากสารเคมีต่างๆ ได้ง่าย เช่น สารเคมีจากน้ำยาล้างจานและน้ำยาทำความสะอาดบ้าน หรืออาจเกิดการติดเชื้อราตามมาได้เช่นกัน ในผู้ป่วยบางคนที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังที่อ่อนแอนี้ ผิวหนังรอบเล็บอาจบวมแดงและมีหนองร่วมด้วย อาการบวมแดงมักเป็นมาไม่นานซึ่งต่างจากคนที่มีผิวหนังรอบเล็บบวมจากการระคายเคืองของสารเคมี

4. เล็บเปลี่ยนสี ภาวะโรคทางกายมีผลกับสีของเล็บได้ 

– เล็บมีสีดำ อาจเป็นจากมะเร็งผิวหนัง เชื้อรา การกระแทก ไฝหรืออาจเป็นขึ้นมาเอง กรณีมะเร็งผิวหนังมีข้อสังเกตคือ ลักษณะเล็บที่ดำจะมีลักษณะเป็นปื้นสีดำสีไม่สม่ำเสมอ เป็นแค่เล็บเดียว มีประวัติเป็นมาไม่นาน อาจมีผิวหนังที่โคนเล็บเป็นสีดำร่วมด้วย
– เล็บที่มีสีขาวครึ่งเล็บ พบได้ในคนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง เล็บที่มีสีขาวสองในสามของเล็บ พบได้ในคนเป็นโรคเบาหวาน โรคตับแข็งและหัวใจวาย
– เล็บที่มีสีขาวเป็นแถบขวางอาจเป็นโรคโปรตีนในร่างกายต่ำ (hypoalbuminemia) เล็บดังกล่าวเมื่อใช้มือกดไปที่เล็บ สีขาวที่เห็นจะจางลง
– เล็บเหลือง ถ้าเป็นบางเล็บบนนิ้วที่ถนัด อาจเป็นสารนิโคตินจากบุหรี่ที่มาเกาะเล็บที่ใช้คีบบุหรี่ หรือพบในโรคปอดบางชนิด โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต
– เล็บเปลี่ยนสีเป็นครึ่งขาวครึ่งชมพู พบในโรคไตบางชนิด
– เล็บเป็นจุดหรือเส้นสีม่วง เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกพบในโรคลิ้นหัวใจอักเสบ โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดอักเสบ โรคตับ โรคขาดวิตามินซี

5. เล็บเป็นดอกหรือจุดขาวๆ

หรือ ที่เรียกว่าเสี้ยวพระจันทร์ อาจแสดงได้ว่ามีปัญหาสุขภาพบางอย่าง หรือขาดสารอาหารบางอย่างที่ทำให้เซลสร้างเล็บได้ไม่สมบูรณ์

6. ปลายเล็บร่น (onycholysis)

สังเกตว่าขอบของผิวหนังที่ติดกับเล็บมีการร่นลง โดยปกติแล้วผิวหนังส่วนปลายจะติดกับเล็บ แต่หากมีโรคบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคไทรอยด์ โรคเชื้อราและโรคผื่นผิวหนังอักเสบ รวมถึงยาบางชนิด

7. เล็บลีบ-แบน

อาจบอกให้ทราบว่ากําลังเป็นโรคมือเย็นเท้าเย็น เพราะการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงส่วนน้ันได้ไม่เพียงพอ

8. โคนเล็บเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีแดง 

อาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาของหัวใจ ถ้าเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ (pale blue) อาจได้รับพิษจากสารเงิน หรือมีปัญหาที่ปอดได้

9. เล็กซีด อ่อนแอ

อาจบอกได้ว่าเป็นอาการขาดสารอาหารบางอย่าง การขาดสารอาหารก็สามารถแสดงออกมาให้เห็นจากเล็บ
 – เล็บมีสีซีด บางลง เปราะ เป็นสัน ทําให้ฉีกขาดและบิ่นง่าย คืออาการของคนที่ขาดธาตุเหล็ก
– เล็บสีซีดขาว อาจขาดโปรตีนอย่างรุนแรง
  – เล็บฉีกลอกเป็นสะเก็ดคือ อาการของคนที่ขาดกรดไลโนลิอิก (linoleicacid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็น

10. เล็บที่ขึ้นหลุดจากฐานเล็บ 

มาพร้อมกับมีจุดขาวปลายเล็บ บ่งบอกว่ามีความผิดปกติของระบบการหายใจ เช่น ถุงลมโป่งพอง หรือหลอดลมอักเสบได้

Loading...

 

การรักษาเมื่อพบว่าเล็บมีความผิดปกติ

หากเล็บเกิดความผิดปกติ ควรหาวิธีการจัดการแก้ไขแต่หากว่าไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ต้องรีบพบแพทย์
– การวินิจฉัยโรคขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ โดยพิจารณาจากอาการและอาการแสดง เมื่อแพทย์สงสัยว่าเล็บอาจจะเกิดจากเชื้อรา ควรมีการขูดขุยจากบริเวณเล็บที่หนาไปตรวจหาเชื้อราและเพาะเชื้อราแยกชนิดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคและพยากรณ์โรคได้อย่างเหมาะสม
– ในกรณีที่แพทย์สงสัยโรคมะเร็งผิวหนัง อาจต้องทำการตัดชิ้นเนื้อที่ใต้เล็บเพื่อตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค
– ในกรณีที่เล็บบอกถึงโรคทางกาย อาจต้องตรวจเลือด เช่น ตรวจหาระดับธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์ โรคไตและโรคตับ

ข้อควรปฎิบัติในการดูแล รักษาสุขภาพเล็บด้วยตนเอง

  1) ตัดเล็บให้สั้นพอดีอย่างถูกวิธีและรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ระวังไม่ควรใช้ของมีคมขูดจมูกเล็บ เพื่อให้เล็บเป็นรูปร่างสวยงามเนื่องจากเป็นการทำลายการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อราง่าย
  2) มีการทาครีมบำรุงเป็นประจำเพื่อให้ผิวหนังรอบเล็บ มีความชุ่มชื้น ไม่แห้งเป็นขุย
  3) เพื่อป้องกันเล็บจากการระคายเคืองหรือการแพ้ของสารเคมี ควรจะใส่ถุงมือป้องกันการระคายเคืองจากสารเคมีทุกครั้ง อย่างเช่นเวลาทำความสะอาดบ้าน ที่ต้องใช้น้ำยาสารเคมีต่างๆ
 4) หมั่นล้างมือให้สะอาด เช็ดมือให้แห้งทุกครั้ง เพื่อไม่ให้จมูกเล็บเปื่อยยุ่ยทำให้เกิดผื่นหรือการติดเชื้อได้ง่าย
  5) ในกรณีเล็บผิดปกติ ควรดูแลรักษาด้วยตนเองในเบื้องต้น หากไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษามากกว่าซื้อยารับประทานหรือทายารักษาเอง
  6) สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบการทาเล็บไม่ควรเปลี่ยนสีเล็บบ่อยๆ และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
 7) รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ สารอาหารจะช่วยในการบำรุงสุขภาพร่างกายทุกส่วน ในคนที่สังเกตว่าได้รับสารอาหารบำรุงเล็บได้ไม่เพียงพอ ควรเสริมสารประเภทโปรตีนที่ชื่อว่า เคราติน เพื่อช่วยบำรุงเล็บให้มีสุขภาพดี

 การหมั่นสังเกตความผิดปกติของสุขภาพร่างกายทุกส่วน เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ และอย่าลืมว่าสุขภาพเล็บก็สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่น เพราะไม่เพียงแค่ว่า เล็บที่มีความผิดปกติ จะส่งผลให้ไม่สวยงาม ไม่มั่นใจได้เท่าที่ควร แต่ยังเป็นสัญญาณของโรคร้าย ซึ่งหากว่าพบได้เร็วก็อาจมีหนทางรักษาให้หายขาดได้ และอย่าลืมดูแลรักษาความสะอาด ป้องกันและบำรุงรักษาเล็บอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

ขอบคุณเนื้อหาโดย  : kaijeaw.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *