สมุนไพรเป็นยา

คนนับหมื่น แห่รับยารักษามะเร็ง ‘หมอแสง’ ต้องสั่งลดจำนวนยาสมุนไพร เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ญาติและผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มารอรับแจกยาสมุนไพรจาก แสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง พบว่าเดือนนี้สูงกว่าเท่าตัว ทำให้ หมอแสง ตัดสินใจลดจำนวนเม็ดยาเพื่อให้เพียงพอกับผู้ที่มารอ ขณะที่การแจกทีมงานก็ต้องทำกันแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อให้ผู้ที่มารอรับสมุนไพรกลับบ้านได้เร็วขึ้น

หลังจากที่ต้องมารอกันแบบข้ามวันข้ามคืน ภาพมุมสูงยังคงแสดงให้เห็น จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็ง และญาติๆ ที่ยังคงเข้าคิวรอรับแจกยาสมุนไพร ตั้งแต่หน้าบ้านของ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง ต่อเนื่องไปยังทางเข้าบ้านไกลกว่า 1 กิโลเมตร หลังจากการแจก ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนยังไม่แล้วเสร็จ

ขณะที่การแจก ทีมงานแบ่งออกเป็นแถวเรียง 4 เพื่อความรวดเร็ว โดยช่วงเช้าวันนี้ เป็นคิวของกลุ่ม 3 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยใหม่มารับเอง และกลุ่ม 4 เป็นกลุ่มที่ญาติผู้ป่วยใหม่มารับแทน ซึ่งมีกว่า 5,000 คน ทำให้การแจกนานกว่า 2 กลุ่มแรก เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่งมาใหม่ เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง พร้อมกรอกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ ประกอบกับสมาร์ทการ์ดหมด นายแสงชัยจึงตัดสินใจแจกยาสมุนไพร ให้กับผู้ป่วยที่ยังเหลืออีกประมาณ 3,000 คน โดยไม่ต้องตรวจหลักฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมญาติ เดินทางกลับภูมิลำเนา

ขณะเดียวกัน ได้ลดยาสมุนไพรที่เตรียมแจกให้ผู้ป่วยคนละ 10 เม็ด เหลือคนละ 8 เม็ด เพื่อให้สามารถแจกได้ครบทุกคน จากการที่มีผู้ป่วย มารับเพิ่มขึ้นทุกเดือน ทำให้ทีมงานเตรียมวางแผน ผลิตยาสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจะต้องหาวิธีบริหาร การเข้ารับแจก ให้แล้วเสร็จเพียงวันเดียว เพื่อลดความเหนื่อยล้า ทั้งของทีมงานและผู้ป่วย

นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ที่มาครั้งนี้เพื่อมาเก็บข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.- 1 ธ.ค. 60 ส่วนที่สอง คือมาร่วมสังเกตการณ์การเก็บตัวอย่างกับคุณแสงชัย ให้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในการนำไปตรวจตรวจวิเคราะห์ในเรื่องฤทธิ์การต้านเซลมะเร็ง หลังจากทีมวิจัย โดย ดร.ภญ. มณฑกา ธีรชัยสกุล มาเก็บข้อมูลประมาณ 3 วัน ตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. รวมแล้วประมาณ 5,500 คน ทีมงานเริ่มมาเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.โดยดึงคนที่เป็นมะเร็งตัวจริงที่จะมาขอรับยาที่บ้านหมอแสงด้วยตนเอง ทางทีมวิจัยก็จะดึงมาสัมภาษณ์

นายแพทย์ปราโมทย์ กล่าวว่า ทีมวิจัยจากกรมการแพทย์แผนไทย 8 คน ในพื้นที่ 8-9 คน รวมสิบกว่าคน เป็นแพทย์ปัจจุบัน เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ มาช่วยกันทำ ซึ่งได้ข้อมูลว่า ในจำนวนผู้ที่มาขอรับยา 200 คน เป็นผู้ป่วย 80% ที่เป็นมะเร็งโดยตรง ที่ยังไม่เคยมาอีก 20 % ส่วนผู้ป่วยเก่าอาจมาค่ำ ๆ เพราะรู้วิธีการที่จะมารับยาแล้วทางด้าน ดร.ภญ. มณฑกา ธีรชัยสกุล ผอ.สถาบันการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า จากกการเก็บข้อมูล 100% แบ่งเป็น 60% คือคนไข้ที่ไม่เข้ากระบวนการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน 40% เป็นคนไข้ที่รักษาควบคู่กันไป และ50% เป็นคนไข้ที่รักษาแพทย์ปัจจุบันครบแล้วอยู่ในระหว่างการติดตามผลและอยากได้ตัวช่วยมาบำรุงร่างกาย 20% คือกลุ่มที่รอการรักษายังไม่เข้ากระบวนการรักษา 30% คือคนที่ไม่ได้รักษาแผนปัจจุบัน เนื่องจากเหตุผล 3 ประการ คือ กลัวผลข้างเคียง ประการที่สอง ไม่แน่ใจว่ารักษาแล้วจะหายหรือไม่ กลุ่มสุดท้ายคือ เรื่องค่าใช้จ่าย

หลังจากนั้นทีมวิจัยได้เดินทางไปยังบ้านของคุณแสงชัย แหเลิศตระกูล เพื่อเก็บตัวอย่างยาสมุนไพรไปตรวจวิเคราะห์ โดยนำไปส่งให้สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ แห่งละ 100 เม็ดโดยสุ่มเก็บตัวอย่างจาก จำนวนยาที่ผลิตสำหรับแจกให้ผู้ป่วยในวันที่ 3 ธ.ค.

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook bangkokbiznews

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *