บอกเล่าสุขภาพ

ดื่มน้ำแบบจีนโบราณ รักษาโรคได้เพียบ เป็นการบำบัดจากภายในด้วยน้ำเปล่าๆ

Loading...

ประโยชน์สุขจากการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ “ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ” ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 75% ของน้ำหนักตัว เราอาจจะอดอาหารได้เป็นเดือน ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถขาดน้ำได้เกินกว่า 3 -7 วัน การดื่มน้ำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติ และมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันการขับถ่ายของเสียก็ทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น มีเลือดฝาด และไม่ปวดหลังหรือบั้นเอว เพราะสุขภาพไตแข็งแรง การดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่น้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริงน้ำเป็น “อาหารอันวิเศษ ” ที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์อย่างถาวร

รักษาโรคด้วยการดื่มน้ำ

วิธีการรักษาโรคโดยการดื่มน้ำ ซึ่งได้มาจากประเทศจีน มณฑลกวางตุ้ง จากแพทย์แผนโบราณ โดยผู้นิรนามได้ฝากให้เพื่อนฝูงคนสนิทนำเอาไปใช้ในการรักษา ปรากฏผลในการรักษาเป็นที่พอใจ จึงได้เปิดเผยให้บุคคลภายนอก เพื่อจะได้ใช้ในการรักษาดู เพราะเชื่อว่าสามารถรักษาโรคได้ดังนี้

  1. แก้ปวดหัว
  2. ความดันโลหิตสูง
  3. โรคลม
  4. ความดันต่ำ (เลือดน้อย)
  5. เส้นประสาทชา
  6. โรคเส้นประสาท
  7. โรคอัมพฤต
  8. รูมาติซั่ม
  9. ปวดเมื่อยเอ็น,กระดูก
  10. โรคอ้วน
  11. ประสาทหู (ดังหึ่ง)
  12. หัวใจเต้นแรง,เร็ว แขนขาไม่มีแรง
  13. โรคไอ
  14. โรคหืด , หอบ
  15. หลอดลมอักเสบ
  16. โรคปอด
  17. เยื่อสมองอักเสบ
  18. สมองอักเสบ
  19. โรคหัวใจ
  20. โรคนิ่ว
  21. กรดในกระเพาะมาก
  22. กระเพาะถ่วงห้อย
  23. โรคบิด
  24. ตกเลือด
  25. โรคริดสีดวง
  26. โรคเบาหวาน
  27. สายตาเสื่อมถอย
  28. โรคกระเพาะ ลำไส้
  29. ท้องผูก
  30. โรคตาเจ็บ
  31. เลือดออกตา
  32. ระดูไม่ปกติ
  33. มะเร็งมดลูก
  34. มะเร็งเต้านม
  35. ตกขาว

วิธีดื่มน้ำรักษาโรค

Loading...

1. ทุกวันเวลาตื่นนอนตอนเช้า ยังไม่ต้องล้างหน้า ไม่ต้องบ้วนปาก ไม่ต้องแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำเปล่าก่อนเลย 1.26 ลิตร (1,260 CC)

2. ทุกคืนก่อนนอน ไม่ควรกินอาหารและของว่างทุกอย่าง

3. เมื่อเริ่มดื่มน้ำครั้งแรก จะมีอาการปวดฉี่ 2 – 3 ครั้ง ภายหลังจากดื่มน้ำแล้ว 1 ชม. และกินอาหารได้

4. หลัง 3 เดือน จากการรักษาวิธีนี้ น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้น และ การกินอาหารก็อาจเพิ่มขึ้น

ข้อควรระวัง

1. คนไข้อาจดื่มน้ำ 1.26 ลิตรได้ ต้องมีความอดทน และต้องใจแข็ง ถ้าดื่มทีเดียวไม่ได้ ก็ต้องเดินไปเดินมา แล้วค่อยดื่มต่อได้

2. เมื่อดื่มน้ำแล้วประมาณ 20 นาที ให้ออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน หรือ แกว่งแขนขา ถ้าหากคนไข้ที่ไม่สามารถลุกจากเตียงได้ ให้คนไข้ใช้วิธีหายใจสูดลมเข้า – ออกยาวๆ เป็นการออกกำลังกาย และใช้มือคลำท้องน้อย โกยเบาๆ เพื่อให้ดื่มน้ำได้ ไหลลงลำไส้ เพื่อน้ำจะได้ล้างสิ่งตกค้างอยู่ในลำไส้

3. ระยะแรกอาจจะมีอาการถ่ายท้องหลังจากดื่มน้ำแล้วประมาณ 1 ชม. และจะมีการเบา 2 – 3 ครั้ง แต่ประมาณ 3-4 วัน ก็จะเข้าภาวะปกติ และ 7 – 8 วัน หลัง อาจจะเบาน้อยลงเหลือวันละ 1 ครั้ง แต่ถ้าการดื่มน้ำสะดวกง่ายขึ้น การกินอาหารก็จะมีรสชาติขึ้น

4. น้ำที่ควรดื่ม
ควรเป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือที่เย็นจัด แต่ถ้าเป็นน้ำอุ่นๆ เล็กน้อย

5. อย่าดื่มเร็วเกินไป หรือมากเกินไป
การดื่มน้ำเมื่อกระหาย เรามักจะยกรีบดื่มไปที่เดียวในปริมาณมากๆ ซึ่งนั่นเป็นการดื่มที่ผิดวิธีอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการจุกได้ และที่สำคัญการเดิมน้ำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้อวัยวะภายบางส่วนทำงานหนัก

ข้อสังเกต

ผู้ที่ดื่มน้ำเพื่อทำการรักษานี้ อาจจะเจริญอาหาร น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นน้ำปะปา ควรกรองและทิ้งค้างไว้ 1 คืน เพื่อให้เศษ และสิ่งปะปนมากับน้ำ ได้ตกตะกอนก่อน จึงค่อยนำน้ำนั้นมาดื่มได้ และเวลาทานอาหาร ให้ทานได้เฉพาะน้ำแกงเพียงเล็กน้อย ไม่ควรดื่มน้ำ และก่อนนอนไม่ควรกินอาหารว่าง หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกชนิดไม่ควรทานก่อนนอน

โรคที่รักษาได้ผล

1. ความดันโลหิตสูง ดื่มน้ำรักษา 1 เดือน

2. กระเพาะ ลำไส้ ดื่มน้ำรักษา 1 สัปดาห์

3. กระเพาะถ่วงห้อย ดื่มน้ำรักษา 3 วัน

4. ท้องผูก ดื่มน้ำรักษา 1 วัน

5. ถ่ายเป็นเลือด ดื่มน้ำรักษา 1 สัปดาห์

Loading...

6. รูมาติซั่ม และผิวหนังบางชนิด ดื่มน้ำรักษา 1 เดือน

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : สาระน่ารู้

Loading...