ธรรมนำทาง

คุณแม่2018 ใช้ธรรมมะเลี้ยงลูก

Loading...

 

การเลี้ยงลูกนั้นยากที่บอกว่ายากก็เพราะว่าต้องใช้ทั้งความรัก ความรู้ความอดทน และคุณธรรมอีกสารพัดประกอบกัน ลำพังให้ความรักอย่างเดียว ถ้ามากเกินไปก็จะทำให้ลูกกลายเป็นลูกแหง่ อ่อนแอทำอะไรไม่เป็น ความรู้ ถ้าให้มากเกินไปก็จะกลายเป็นคนแข็งกร้าวไม่ยอมฟังใคร เชื่อมั่น อวดดื้อถือดีว่ามีความรู้สูง

ดังนั้นหลักในการเลี้ยงลูกนั้น ท่านวางไว้ว่า ต้องปฏิบัติตามหลัก“พรหมวิหารธรรม” คือ เมตตา คือความรัก ใช้ในยามปกติ ใช้หลัก กรุณา คือความช่วยเหลือ ใช้ในยามมีปัญหา ใช้หลักมุทิตา คือความยินดีปรีดา ใช้ในยามเจริญก้าวหน้า มีความสุขสำเร็จ ใช้หลักอุเบกขา คือความเป็นกลาง ใช้เมื่อลูกทำผิดศีลธรรมไม่เข้าข้างส่งเสริมเมื่อเขากระทำผิด

Loading...

แต่หากใช้เมตตา ตามใจลูกมากเกินไปก็จะกลายเป็นลูกบังเกิดเกล้า ความกรุณา ถ้าให้มากเกินไปทำทุกอย่างแทนลูกก็จะกลายเป็นลูกแหง่ หากใช้มุทิตา มากเกินไปกล่าวชมเสียทุกอย่าง ลูกก็จะหลงผิดเพราะไม่รู้สิ่งไหนคือดีและไม่ดี แต่หากใช้หลักอุเบกขา มากเกินไป ก็ดูเหมือนเป็นพ่อแม่ที่ปล่อยปละละเลยไม่ยินดียินร้ายกับลูกมากเกินไป

หลักธรรมยังคงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย และใช้ได้กับทุกเรื่อง Never-age เปิดมุมมองใหม่ให้กับคุณแม่โดยใช้ธรรมะในการเลี้ยงลูกและดำเนินชีวิตอย่างมี ความสุข ในหัวข้อ “แม่ยุคใหม่หัวใจธรรมะ” โดยมี แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน มาร่วมให้ข้อคิดว่า ธรรมะ คือกระบวนการของการดำเนินชีวิต ที่ทุกคนจำเป็นต้องมี และมีอย่างมีสติปัญญา มีความเข้าใจ ไม่อคติ โดยเฉพาะเพศหญิงได้รับความไว้วางใจจากธรรมชาติให้เป็นผู้ให้ชีวิต ฉะนั้นเราสามารถพัฒนาจากหัวใจผู้หญิง เป็นหัวใจแม่ที่ต้องใช้ธรรมะให้เป็น ความรักความห่วงลูกไม่เป็นทุกข์ แต่ถ้าเรายึดติดว่าลูกของฉัน นี่คือผลงานของฉัน อันนี้เป็นทุกข์

Loading...

แม่ชีศันสนีย์บอกต่อว่า ถ้าเรามองลูกอย่างที่ลูกเป็น แล้วเรามีความรักต่อเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เขาจะน่ารักหรือไม่ เรามีความสุขที่จะรัก เมื่อเราพร้อมจะเป็นกัลยาณมิตรกับลูก ลูกก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงบนพื้นฐานความรักของเรา ถ้าพ่อแม่เข้าใจที่จะรัก สิ่งนี้จะเป็นพลังที่จะดึงลูกของเราที่กำลังทุกข์ ให้พ้นจากความทุกข์ เพราะฉะนั้นคนเป็นแม่จะต้องหนักแน่นว่า สิ่งที่เรารักก็ไม่ใช่ของเรา เพียงแค่เรามีความสุขที่ได้รัก เราอาจเคารพหัวใจของคนที่เรารักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวใจของลูกและสามี ความรักต้องมีความเข้าใจ ความเข้าใจ แปลว่า ต้องมีสติปัญญาที่จะอยู่กับสิ่งที่รักอย่างไม่ซ้ำเติม ให้อภัย ไม่พยาบาท ไม่อวดดี ไม่ถือตัว และพร้อมที่จะให้อภัย  ถ้าเรามีพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้านเพิ่มมากขึ้น บ้านก็จะเป็นที่อยู่ของอริยชน คนที่จะทำให้ลูกเป็นอริยะได้ก็คือพ่อแม่ที่เป็นครูคนแรก

พิทยากร ลีลาภัทร

ด้าน พิทยากร ลีลาภัทร เจ้าของหนังสือ ธนาคารความสุข ให้แง่คิดว่า ความทุกข์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป แต่เป็นความจริงอย่างหนึ่ง ถ้าเราอยู่กับความทุกข์ให้เป็น มันก็เหมือนเป็นเครื่องที่จะเตือนให้เราไม่ประมาท  สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้เท่าทันใจตัวเอง  ทุกสิ่งเกิดมาเป็นของชั่วคราว ความสุขผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  ความทุกข์ก็เช่นกัน เมื่อเราเข้าใจ เราก็ไม่ยึดติด แล้วความไม่ยึดติดนี่เอง คือ ที่มาของความสุข คนที่มีทุกข์ มีสติปัญญา เข้าใจสิ่งนั้น เรียกได้ว่า เป็นคนที่มีทุกข์ แต่ไม่ได้แบกทุกข์ การแบก ก็คือ การคาดหวังไว้ตลอดเวลาว่า ต้องเป็นอย่างงั้น อย่างงี้ เอาความสุขในชีวิตตัวเองไปผูกไว้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นทุกข์ แต่ถ้าเราวาง แล้วมีความสุขกับการมองเขา และยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ก็จะทำให้เรามีความสุข.

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *