ความเชื่อ

ดวงถึงฆาต!!ดวงตก ทำบุญไม่ขึ้น มีวิธีแก้อย่างไร

คนดวงตกหมายถึง อะไร ในช่วงชีวิตของคนนั้น ตั้งแต่เกิดจนถึงตายภายใน 80-90 ปี อันนี้เป็นแบบปกติทั่วไปโดยเฉลี่ยไม่ใช่ตายเพราะอุบัติเหตุที่สาเหตุมาจากกรรมฝ่ายไม่ดีมาตัดรอนอย่างเด็ดขาด ในช่วงเวลาดังกล่าวเราคงต้องมีทั้งสุขและทุกข์และเป็นไปในระดับกลางๆ คือ ไม่ทุกข์ไม่สุข ในห้วงแห่งความทุกข์แสนสาหัสที่กรรมฝ่ายไม่ดีกำลังส่งผล นี่แหละที่เขาเรียกว่า “คนดวงตก”  ที่มีหลายกรรมฝ่ายไม่ดีที่เคยทำเข้ามาส่งผลในชีวิตพร้อมๆ กัน

ดวงตกที่ว่ามาจากความเชื่อในเรื่องของโหราศาสตร์ ทางโหรนั้นเรียกคนที่กำลังมีเรื่องราวไม่ดีที่ดึงให้ตกต่ำ ทำอะไรมักติดขัดหรือไม่สำเร็จ ประเภทจับอะไรเป็นเจ๊ง จับอะไรเป็นเรื่องทุกทีเขาว่า ดวงตกหรือดวงชะตาอ่อน หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก” เพราะชีวิตในช่วงนั้นมันวุ่นวายอลหม่านพอสมควรไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเงิน เรื่องงาน หลายคน บางช่วงของชีวิต ปัญหางาน ปัญหาการเงิน ปัญหาชีวิต ปัญหาเพื่อน ก็ถั่งโถมเข้ามามากเหลือเกิน จนบางคนแทบทนไม่ไหว

 

เหตุที่ดวงตก

สาเหตุหลักนั้นมาจาก 2 เรื่อง ของมาจากรรมเก่าในอดีตและกรรมใหม่ที่ทำในชาตินี้ เป็นกรรมฝ่ายไม่ดี ที่มารวมกันในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันจนทำให้ทุกอย่างติดขัดไปหมดเสียทุกเรื่อง  และโดยเฉพาะเรื่องของกรรมเก่าในอดีตนั้น เราไม่มีทางทราบว่าเป็นกรรมอะไรบ้าง แต่ถึงไม่รู้ทั้งหมดแต่ก็พอจะศึกษาด้วยกฎแห่งกรรมได้ เพื่อเป็นแนวทางไม่ให้ทำกรรมแบบนั้นขึ้นมาอีกในชาตินี้ เพราะกรรมเก่าจากอดีตบางกรรม กำลังส่งผลในปัจจุบัน กรรมในปัจจุบันบางกรรมก็รอที่จะส่งผลในอนาคตอันใกล้นี้

เรื่องของกฎแห่งกรรมนั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้มากมายในพระไตรปิฎก ถึงที่มาที่ไป เพราะเหตุใดถึงต้องมีชะตาชีวิตแบบนี้ การที่พระพุทธองค์นำมาแสดงไว้เพื่อให้เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ตระหนักถึงผลของกรรมหรือผลของการกระทำ จะได้ระมัดระวังในการดำรงชีวิต ไม่ไปทำผิดแบบนั้นอีก เพราะผลที่ออกมาก็ต้องทำให้ชีวิตต้องทนทุกข์ทรมานกันอีก

 

1. ให้หมั่นปล่อยชีวิตสัตว์ที่ชะตากำลังถึงฆาต..

อธิษฐาน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรของเราและชาวโลกและภพสามโลกันตร์ เช่นอย่าให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิด..อย่าให้เกิดภัยพิบัติไม่ว่าจากธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ เช่นคลื่นยักษ์สึนามิ แผ่นดินไหว วาตภัย อัคคีภัย ภัยนอกโลกหรือในโลก นำการอธิษฐานอุทิศบุญแบบตัดรากถอนโคนมาประยุกต์ทำด้วย

ส่วนใหญ่จะเป็นพวกสัตว์ในตลาดสดที่กำลังถูกฆ่า ถูกทุบหัว ถูกชำแหละเช่น ปลาดุก ปลาช่อน กบ หอยขม เขียด ปลาที่คนจะกินเป็นอาหาร ควรเน้นตัวมีไข่ มีท้องเท่ากับจะได้ช่วยอีกเป็นล้านๆ ชีวิต ถ้ามีกำลังทรัพย์ก็ให้ไถ่ชีวิตโค กระบือ หมู หรือสัตว์ใหญ่ที่จะถูกฆ่าชำแหละ
กรณีบุคคลอันเป็นที่รักป่วย อาการแย่ ลองทำดูติดๆกันช่วยกันทั้งครอบครัวทั้งตระกูลเลย อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบุญนายคุณคนป่วย อย่างต่ำๆทำติดต่อกัน สิบเก้าครั้ง และหลังจากนั้นทำตลอดอายุขัย แต่ละครั้งควรจุดธูปกลางแจ้งบอกพระรัตนตรัยเทวดาฟ้าดินสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บอกว่าขอต่ออายุขัยคนป่วยหรือคนชะตาขาดคนนี้ด้วยและภัยพิบัติต่างๆที่เรา กำลังกังวลกัน

ไปไถ่ชีวิตสัตว์ให้รอดพ้นความตายแล้วให้บอกคนป่วยอนุโมทนาด้วย ให้นะโม สามจบ หรือสวดมนตร์ตามคัมภีร์ความเชื่อของตัวเองก่อนทุกครั้ง เช่นนี้ก็เท่ากับว่าดุจดังคนป่วยไปทำด้วยตัวเค้าเอง

แต่ถ้าเค้าไม่ศรัทธาไม่เชื่อไม่จำเป็นต้องบอกให้อธิษฐานอัญเชิญสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือบอกญาณในหรือกายทิพย์ของเค้าให้อนุโมทนาแทนและขอพร ดลใจให้กายมนุษย์ของคนป่วยมีศรัทธาเชื่อใน ชีวิตทานบารมี เชื่อในกฎแห่งกรรม ไม่งั้นมักไม่ได้ผลโดยเฉพาะคนที่มีสายใยแรงเช่นลูกอ้างความกตัญญู หรือคนเป็นสามีภรรยาอ้าง ความรักอันภักดีสัตย์ซื่อ หรือคนทั่วไปอ้างเมตตาบารมีด้วยจะมีกำลังแรงปาฏิหาริย์อย่างไม่น่าเชื่อ

2.เว้นจากอาชีพฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทั้งปวง

ถือศีลห้าอย่างต่ำช่วยกันค้าขายอาหารเจมังสวิรัติหรือชักชวนทำป้ายโฆษณา รณรงค์หรือในสื่อสารทุกทิศทุกทางให้ แม่ค้าพ่อค้ามาทำอาชีพมังสวิรัติเจมากๆ

3.สวดบทมหากรุณาธารณีสูตร

หรือบทสวดมนตร์ที่ตนเองถนัด และขอพรให้อายุยืน หายป่วยจากทุกข์ โศกโรค เคราะห์ฆาต พิบัติภัยอันตรายทั้งปวงทั้งหมดทั้งสิ้น

4.งดกินกุ้งเต้น อาหารที่เป็นๆ อาหารสดๆ โดยเด็ดขาด

เช่น สัตว์ในตู้ปลาแล้วสั่งเอาตัวนั้นตัวนี้มากิน พ่อครัวแม่ครัวเป็นอาชีพที่น่าสงสารมากเพราะต้องจัดการสัตว์เหล่านี้ทั้ง เป็นๆ คิดดูบาปเป็นลูกโซ่สายใยวิญญาณเลย

5.อธิษฐานให้ตัวเองและครอบครัววงศ์ตระกูล

สิ่งอันเป็นที่รักมีเมตตาดุจดังพระพุทธะโพธิสัตว์มรรคทั้งหลายทุกภพทุกชาติชั่วกัปชั่วกัลป์ ชวนกันกินเจ กินมังสวิรัติ ชวนละเว้นการฆ่าทุกชนิด

6.เมื่อรอดพ้นความตายแล้วให้ทำข้อ 1 ถึง 5 ตลอดอายุขัย

รวมถึงหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สร้างกุศลทุกวิถีทาง ถวายเบื้องบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้ากรรมนายเวร และเจ้าบุญนายคุณ

แหล่งที่มา : http://palungjit.org

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *